ไดโพแทสเซียมฟอสเฟต (Dipotassium Phosphate): สารเพิ่มคุณภาพอาหารอุตสาหกรรม

Dipotassium Phosphate (Dipotassium Phosphate) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, อาหารกระป๋อง, ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป, อาหารทะเลแปรรูป, อาหารเพื่อสุขภาพและเสริมโปรตีน

มีสูตรเคมี K2HPO4 ทำหน้าที่เป็น สารปรับสภาพกรด-ด่าง (pH Adjuster/Buffer), สารทำให้คงตัว (Stabilizer) และสารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Texture Enhancer), สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anti-caking Agent) และสารช่วยในการกระจายตัว (Dispersing Agent), สารให้สารอาหาร (Nutrient Supplement) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และแป้ง, อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะภายนอก: ผงสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น, การละลาย: ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม (149.25 กรัม/100 มล.) ซึ่งเป็นข้อดีในการนำไปใช้ผสมในสูตรอาหารที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลว ทำให้กระจายตัวได้ดีและประหยัดเวลาในกระบวนการผลิต, ความคงตัว: มีความเสถียรต่อความร้อนสูง (จุดหลอมเหลว > 465 °C) เหมาะสำหรับกระบวนการผลิตที่ต้องผ่านความร้อนสูง เช่น การฆ่าเชื้อแบบ UHT หรือการแปรรูปอาหารกระป๋องในสภาพภูมิอากาศร้อนของไทย

✅ มาตรฐาน INS 340(ii) ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: dipotassium-phosphate Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Dipotassium Phosphate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Dipotassium Phosphate หรือ Dipotassium Phosphate โพแทสเซียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต หรือ Dipotassium Phosphate (DKP) เป็นวัตถุเจือปนอาหารในกลุ่มฟอสเฟต (INS 340(ii)) ที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารไทย โดยทำหน้าที่หลากหลาย เช่น สารปรับสภาพกรด-ด่าง, สารทำให้คงตัว, สารป้องกันการรวมตัวเป็นก้อน และสารเสริมแร่ธาตุ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา เพิ่มความเสถียรของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาพอากาศร้อนชื้น และรักษาสภาพเนื้อสัมผัสให้คงที่ตลอดอายุการวางจำหน่าย แก้ปัญหาผลิตภัณฑ์ตกตะกอนหรือแยกชั้น.

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (K2HPO4)

Dipotassium Phosphate มีสูตรเคมีคือ K2HPO4 โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะภายนอก: ผงสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น
  • การละลาย: ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม (149.25 กรัม/100 มล.) ซึ่งเป็นข้อดีในการนำไปใช้ผสมในสูตรอาหารที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลว ทำให้กระจายตัวได้ดีและประหยัดเวลาในกระบวนการผลิต
  • ความคงตัว: มีความเสถียรต่อความร้อนสูง (จุดหลอมเหลว > 465 °C) เหมาะสำหรับกระบวนการผลิตที่ต้องผ่านความร้อนสูง เช่น การฆ่าเชื้อแบบ UHT หรือการแปรรูปอาหารกระป๋องในสภาพภูมิอากาศร้อนของไทย
  • การดูดซับความชื้น: มีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นได้ง่าย (deliquescent) ซึ่งผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับการจัดเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและควบคุมความชื้นเพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันการจับตัวเป็นก้อน

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

ผลิตจากการทำปฏิกิริยาระหว่างกรดฟอสฟอริกกับสารประกอบโพแทสเซียม ภายใต้กระบวนการที่ควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง (98% Anhydrous ตามที่ระบุ) ตรงตามมาตรฐาน Food Grade สากลและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับผู้บริโภค ปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อรสชาติและอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์อาหาร.

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด (Anhydrous powder) เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดและใช้งานสะดวก สามารถละลายน้ำได้อย่างรวดเร็วและกระจายตัวได้ดีในส่วนผสมที่เป็นของเหลว ช่วยให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่นและลดเวลาการผสม แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยก็ยังคงความเสถียรหากจัดเก็บอย่างถูกวิธีในบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้น

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารปรับสภาพกรด-ด่าง (pH Adjuster/Buffer)

กลไกการทำงาน: ช่วยควบคุมและรักษาค่า pH ของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และรักษาคุณภาพสี กลิ่น และรสชาติให้คงที่ตลอดอายุการเก็บรักษา ป้องกันการตกตะกอนจากความผันผวนของ pH

ข้อดี/ข้อจำกัด: สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ pH ที่แม่นยำ เช่น เครื่องดื่มนมถั่วเหลือง UHT, น้ำผลไม้ หรือน้ำจิ้มต่างๆ เพื่อป้องกันการแยกชั้น การข้นตัว หรือการเสื่อมสภาพจากค่า pH ที่ผันผวนในสภาพอากาศของประเทศไทย ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ได้

2.2. สารทำให้คงตัว (Stabilizer) และสารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Texture Enhancer)

กลไกการทำงาน: เสริมสร้างความแข็งแรงของโปรตีนในผลิตภัณฑ์นมหรือผลิตภัณฑ์จากพืช ช่วยป้องกันการตกตะกอน การจับตัวเป็นลิ่ม และเพิ่มความหนืดหรือความคงตัวของเนื้อสัมผัสให้มีความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อผ่านกระบวนการความร้อนสูง

ข้อดี/ข้อจำกัด: มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการเกิดเจล การแยกชั้น หรือการตกตะกอนในเครื่องดื่มโปรตีนจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม ช่วยให้เนื้อสัมผัสคงที่ ไม่ข้นหรือเหลวเกินไป ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ที่ต้องวางจำหน่ายในสภาพอุณหภูมิที่หลากหลาย

2.3. สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anti-caking Agent) และสารช่วยในการกระจายตัว (Dispersing Agent)

กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่ช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างอนุภาคของเหลวหรือของแข็ง ทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันได้ดีขึ้น และป้องกันการจับตัวเป็นก้อนในผลิตภัณฑ์ผงหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความข้นหนืดสม่ำเสมอ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยเพิ่มความเสถียรของอิมัลชันในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำและไขมัน เช่น ไอศกรีมกะทิ หรือซอสครีม ช่วยให้เนื้อเนียน ไม่แยกชั้นง่าย แม้ในอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของประเทศไทย และช่วยให้ผงปรุงรสไม่จับตัวเป็นก้อน

2.4. สารให้สารอาหาร (Nutrient Supplement)

กลไกการทำงาน: ให้ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ใช้เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรืออาหารทั่วไปที่ต้องการการเสริมแร่ธาตุ เช่น เครื่องดื่มธัญพืช นมเสริมแคลเซียมและฟอสฟอรัส หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ ช่วยเพิ่มมูลค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ


3. การใช้งาน Dipotassium Phosphate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมถั่วเหลือง UHT (เพื่อป้องกันการตกตะกอนของโปรตีนและรักษาสภาพ pH)
  • กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม (ช่วยรักษาสีและป้องกันการแยกชั้น)
  • น้ำผลไม้ (ปรับ pH และเพิ่มความคงตัว)
  • นมข้นหวาน/จืด (ป้องกันการข้นตัวและรักษาเนื้อสัมผัส)
  • เครื่องดื่มโปรตีนจากพืช (ช่วยกระจายตัวโปรตีนและเพิ่มความคงตัว)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมสดพาสเจอร์ไรส์ (ช่วยเพิ่มความเสถียรของโปรตีนและป้องกันการตกตะกอน)
  • ไอศกรีมกะทิ (ปรับปรุงเนื้อสัมผัสให้เนียนนุ่ม ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง และป้องกันการแยกชั้นของไขมัน)
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม (รักษาความคงตัวของอิมัลชัน)
  • ชีส (ช่วยในกระบวนการแปรรูปและเพิ่มคุณสมบัติการละลาย)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่ (ปรับ pH ให้คงที่ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาความหนืด)
  • ซอสพริกศรีราชา (รักษาความคงตัวของอิมัลชันและป้องกันการแยกชั้น)
  • น้ำสลัด (ช่วยให้อิมัลชันคงตัวและไม่แยกชั้นในสภาพอากาศร้อน)
  • ซอสมะเขือเทศ (ควบคุม pH และป้องกันการเสื่อมสภาพ)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และแป้ง

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ขนมปังปอนด์, ขนมปังเบอร์เกอร์ (ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัสและความยืดหยุ่นของโดห์)
  • แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป (ป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและช่วยกระจายตัวส่วนผสม)
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัสและความยืดหยุ่นของเส้น)
  • ข้าวเกรียบ (ช่วยเพิ่มความกรอบและคงตัว)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็ง

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์แปรรูป (เช่น ไส้กรอก, ลูกชิ้น, แฮม – ช่วยในการจับตัวของโปรตีนและเพิ่มการอุ้มน้ำ)
  • อาหารทะเลแช่แข็ง (เพื่อป้องกันการเกิดน้ำแข็งเกาะมากเกินไปและรักษาเนื้อสัมผัสหลังละลาย)
  • อาหารพร้อมรับประทานแช่แข็ง (รักษาคุณภาพและเนื้อสัมผัสเมื่อนำไปอุ่น)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Dipotassium Phosphate ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 340(ii))

สถานะ อย.: ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย (อย.) โดยจัดอยู่ในกลุ่มสารควบคุมความเป็นกรดและสารทำให้คงตัว โดยผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามชนิดอาหารและปริมาณสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุดอย่างเคร่งครัด

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีมาตรฐาน มอก. เฉพาะสำหรับ Dipotassium Phosphate โดยตรงในฐานะวัตถุดิบ แต่ผู้ผลิตอาหารไทยที่ใช้สารนี้ควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดด้านสุขลักษณะการผลิตอาหาร (GMP/HACCP) ของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามข้อกำหนดของ อย. เท่านั้น เนื่องจากปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อรสชาติหรือคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ได้ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น ถุงมือ หน้ากาก แว่นตา ขณะจัดการในโรงงานเพื่อป้องกันการระคายเคือง และต้องมีการระบายอากาศที่ดีในพื้นที่ทำงาน


5. แหล่งซื้อ Dipotassium Phosphate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Anhydrous (98%+) (สำหรับอุตสาหกรรมอาหารไทย) บริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 98% ปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น ISO 22000, FSSC 22000, HACCP และได้รับการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย รวมถึงอาจมีการรับรอง Halal และ Kosher เพื่อรองรับตลาดเฉพาะกลุ่มที่กำลังเติบโตในประเทศและภูมิภาค เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของไทยที่ต้องการความบริสุทธิ์สูง ประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัยสูงสุด เช่น ผลิตภัณฑ์นม, เครื่องดื่มโปรตีนจากพืช, ซอส, และอาหารแปรรูปที่ต้องการยืดอายุการเก็บรักษา รักษาเนื้อสัมผัส และเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการ

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บ Dipotassium Phosphate ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ป้องกันอากาศและความชื้นเข้า เพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซับความชื้นซึ่งเป็นสาเหตุให้จับตัวเป็นก้อนและลดประสิทธิภาพ ควรเก็บในที่แห้ง เย็น อุณหภูมิคงที่ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและความร้อนสูง การจัดเก็บที่เหมาะสมจะช่วยรักษาคุณภาพของวัตถุดิบและยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้นของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบจะพร้อมใช้งานและรักษาประสิทธิภาพสูงสุดในกระบวนการผลิต