Description
1. ทำความรู้จัก Glycine คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Glycine หรือ Glycine ไกลซีน (Glycine) เป็นกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดในกลุ่มกรดอะมิโนไม่จำเป็น (non-essential amino acid) ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองและมีรสหวานอ่อนๆ จัดเป็นวัตถุเจือปนอาหารในกลุ่มสารเพิ่มรสชาติ (Flavour Enhancer) รหัส E640 ที่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยปรับปรุงรสชาติให้กลมกล่อม ลดความขม และยังช่วยควบคุมค่า pH ของผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งส่งผลต่อการยืดอายุการเก็บรักษาและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในสภาวะภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย.
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (C 2 H 5 N O 2)
Glycine มีสูตรเคมีคือ C 2 H 5 N O 2 โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ลักษณะทางกายภาพ: ของแข็งสีขาว (white solid)
- มวลโมเลกุล: 75.07 g/mol
- ความหนาแน่น: 1.1607 g/cm 3
- จุดหลอมเหลว: 233 °C (สลายตัว)
- การละลายในน้ำ: ละลายได้ดี (25 g/100 mL ที่ 25 °C) ซึ่งเป็นข้อดีในการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเหลว
- รสชาติ: มีรสหวานอ่อนๆ ทำให้เป็นประโยชน์ในการเสริมรสชาติโดยไม่เพิ่มปริมาณน้ำตาลมากเกินไป
- ความเสถียร: มีความเสถียรในอุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารทั่วไป และทนทานต่อสภาวะการเก็บรักษาในสภาพอากาศเขตร้อน
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
ไกลซีนที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่ผลิตโดยกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีคุณสมบัติสม่ำเสมอ โดยกระบวนการผลิตจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน Food Grade สากลและได้รับการรับรองตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับผู้บริโภค.
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผงละเอียด (Fine Powder) | เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดในเชิงพาณิชย์ มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว ซึ่งมีข้อดีในการใช้งานสูง สามารถละลายน้ำได้ง่ายและกระจายตัวได้ดีในส่วนผสมต่างๆ ทำให้สะดวกต่อการผสมเข้ากับสูตรอาหารได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยก็ยังคงสภาพผงได้ดีเมื่อจัดเก็บอย่างถูกต้อง ป้องกันการจับตัวเป็นก้อน |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. สารเพิ่มรสชาติและปรับปรุงรสชาติ (Flavor Enhancer & Taste Modifier)
กลไกการทำงาน: ไกลซีนมีรสหวานอ่อนๆ และความสามารถในการรวมตัวกับสารประกอบอื่นๆ เพื่อสร้างรสชาติที่ซับซ้อนขึ้น ช่วยลดความรู้สึกขมหรือรสแปลกปลอมในผลิตภัณฑ์บางชนิด ทำให้รสชาติโดยรวมของอาหารกลมกล่อมและน่ารับประทานยิ่งขึ้น
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีคือช่วยให้ผู้ผลิตสามารถลดปริมาณน้ำตาลหรือโซเดียมในสูตรอาหารได้โดยไม่ทำให้รสชาติด้อยลง เพิ่มความน่าสนใจให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ข้อจำกัดคือการใช้ปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดรสชาติที่ไม่พึงประสงค์ได้
2.2. สารบัฟเฟอร์และควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (Buffering Agent & pH Control)
กลไกการทำงาน: เนื่องจากเป็นกรดอะมิโน ไกลซีนมีความสามารถในการรักษาระดับค่า pH ของผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในสภาวะที่ต้องการได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และคงสภาพของผลิตภัณฑ์
ข้อดี/ข้อจำกัด: มีข้อดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยที่ต้องการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ เช่น ซอส, น้ำผลไม้, หรือเครื่องดื่ม โดยช่วยรักษาคุณภาพและป้องกันการเสื่อมสภาพจากการเปลี่ยนแปลงค่า pH อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การควบคุม pH ต้องพิจารณาร่วมกับกรดหรือด่างอื่นๆ ในสูตร
2.3. สารตั้งต้นปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction Precursor)
กลไกการทำงาน: หมู่เอมีนในไกลซีนสามารถทำปฏิกิริยากับน้ำตาลรีดิวซิง (Reducing Sugar) ในระหว่างกระบวนการให้ความร้อน ทำให้เกิดสีน้ำตาลที่น่าดึงดูดใจและสร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ซับซ้อน
ข้อดี/ข้อจำกัด: เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ขนมอบ หรืออาหารที่ต้องการสีและกลิ่นหอมจากการอบหรือทอด เช่น ขนมปังปอนด์ คุกกี้ หรือเนื้อสัตว์แปรรูป ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติและกลิ่นสัมผัส ข้อจำกัดคือต้องควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการให้ความร้อนอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันการเกิดสีที่เข้มเกินไป
2.4. สารช่วยคงสภาพโปรตีนและปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Protein Stabilizer & Texture Modifier)
กลไกการทำงาน: ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโปรตีน ไกลซีนสามารถมีส่วนช่วยในการคงสภาพโครงสร้างของโปรตีนในบางระบบอาหาร ช่วยป้องกันการตกตะกอน หรือการแยกชั้น ทำให้เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอ
ข้อดี/ข้อจำกัด: เป็นประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูง เช่น เครื่องดื่มโปรตีน นมถั่วเหลือง UHT หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์แปรรูป ช่วยให้ผลิตภัณฑ์คงตัวและมีเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้นในระหว่างการเก็บรักษา ข้อจำกัดคือประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีนและสภาวะของระบบอาหารนั้นๆ
3. การใช้งาน Glycine ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำผลไม้และน้ำผลไม้เข้มข้น (ช่วยปรับสมดุลรสชาติและคงสภาพ pH)
- ชาพร้อมดื่มและกาแฟพร้อมดื่ม (ลดความขม เสริมรสชาติ)
- นมถั่วเหลือง UHT (ช่วยคงสภาพโปรตีน ลดการตกตะกอน)
- เครื่องดื่มเกลือแร่และเครื่องดื่มฟังก์ชัน (เสริมรสชาติและช่วยเป็นบัฟเฟอร์)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำจิ้มไก่และน้ำจิ้มซีฟู้ด (ปรับสมดุลรสชาติและควบคุม pH เพื่อยืดอายุ)
- ซอสพริกศรีราชา (ปรับรส ลดความเผ็ดโดด เพิ่มความกลมกล่อม)
- น้ำปลาหวานและน้ำจิ้มแจ่ว (เสริมความหวานกลมกล่อม)
- ซีอิ๊วและซอสปรุงรส (ปรับปรุงรสชาติโดยรวม)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม เบเกอรี่และขนมอบ
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ขนมปังปอนด์และขนมปังประเภทต่างๆ (ช่วยพัฒนาสีน้ำตาลทองและกลิ่นหอมจากการอบ)
- เค้กและคุกกี้ (เสริมสีสันและกลิ่นหอม)
- บิสกิตและแครกเกอร์ (สร้างสีสันและกลิ่นรสเฉพาะตัว)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ลูกชิ้นและไส้กรอก (ช่วยปรับปรุงรสชาติและอาจมีผลต่อเนื้อสัมผัส)
- หมูหยองและไก่หยอง (ช่วยพัฒนาสีและกลิ่นหอมจากการปรุง)
- อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูป (ปรับปรุงรสชาติโดยรวม)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.5. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยว
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ข้าวเกรียบและขนมอบกรอบ (ช่วยปรับปรุงรสชาติและสร้างกลิ่นหอม)
- ถั่วทอดปรุงรส (เสริมรสชาติ)
- สาหร่ายปรุงรส (ลดความขมหรือรสเค็มโดด)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Glycine ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 640)
สถานะ อย.: ไกลซีนได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารในประเทศไทย โดยจัดอยู่ในบัญชีวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความบริสุทธิ์สำหรับวัตถุเจือปนอาหาร
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
ผลิตภัณฑ์ไกลซีนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารควรเป็นไปตามมาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) และระบบวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) รวมถึงมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ในสายการผลิตอาหาร
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
ผู้ผลิตควรจัดการไกลซีนในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศดี สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเมื่อจำเป็น และหลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่น ควรจัดเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ป้องกันความชื้นและแสงแดดโดยตรง เพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันการปนเปื้อนในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนของไทย
5. แหล่งซื้อ Glycine ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – Premium | มีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 99% ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO, GMP, HACCP, FSSC 22000 และได้รับการรับรอง Halal/Kosher เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารที่หลากหลายในประเทศไทย | ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเป็นสารเพิ่มรสชาติ, สารบัฟเฟอร์, และสารตั้งต้นปฏิกิริยาเมลลาร์ด สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์และความน่าเชื่อถือในตลาด |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บไกลซีนในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ณ สถานที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30°C และห่างจากแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ไกลซีนจับตัวเป็นก้อนหรือเสื่อมสภาพได้ง่ายในสภาพอากาศแบบไทย การจัดการในโรงงานควรหลีกเลี่ยงการเปิดถุงทิ้งไว้ และใช้เครื่องมือที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อนเสมอ เพื่อรักษาคุณภาพและความบริสุทธิ์ของวัตถุดิบ

