ปาปริก้า โอลีโอเรซิน (Paprika Oleloresin) : สารแต่งสีสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

Paprika Oleoresin (Paprika Oleoresin) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์, ขนมขบเคี้ยว, อาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม, เบเกอรี่

มีสูตรเคมี C40H56O3 (สำหรับสารแคปแซนทิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ให้สี) ทำหน้าที่เป็น สารให้สีธรรมชาติ, สารแต่งกลิ่นรส ใช้ในอุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารทะเลแปรรูป, ขนมขบเคี้ยว, เครื่องดื่ม, อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และของหวานบางชนิด

คุณสมบัติหลัก: ของเหลวหนืด สีแดงเข้ม, ละลายได้ดีในน้ำมันพืชและไขมัน และละลายได้บางส่วนในเอทานอล, ประกอบด้วยน้ำมันพืช, สารแคปแซนทิน (Capsanthin) และสารแคปซารูบิน (Capsorubin) ซึ่งเป็นสารให้สีหลักในกลุ่มแคโรทีนอยด์

✅ มาตรฐาน INS 160c ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: paprika-oleoresin Categories: ,

Description

1. ทำความรู้จัก Paprika Oleoresin คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Paprika Oleoresin หรือ Paprika Oleoresin ปาปริกา โอลิโอเรซิน (Paprika Oleoresin) เป็นสารสกัดจากพริกปาปริกา (Capsicum annuum หรือ Capsicum frutescens) ที่ละลายได้ในน้ำมัน มีบทบาทสำคัญในการเป็นสารให้สีแดงส้มธรรมชาติ และเสริมกลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์ของพริกปาปริกาในผลิตภัณฑ์อาหาร ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสีไม่สม่ำเสมอ การซีดจางจากความร้อนหรือแสง และเพิ่มความน่ารับประทานให้กับอาหารสำเร็จรูปได้อย่างยั่งยืน

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (C40H56O3 (สำหรับสารแคปแซนทิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ให้สี))

Paprika Oleoresin มีสูตรเคมีคือ C40H56O3 (สำหรับสารแคปแซนทิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ให้สี) โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ของเหลวหนืด สีแดงเข้ม
  • ละลายได้ดีในน้ำมันพืชและไขมัน และละลายได้บางส่วนในเอทานอล
  • ประกอบด้วยน้ำมันพืช, สารแคปแซนทิน (Capsanthin) และสารแคปซารูบิน (Capsorubin) ซึ่งเป็นสารให้สีหลักในกลุ่มแคโรทีนอยด์
  • มักมีการปรับมาตรฐานให้มีปริมาณแคโรทีนอยด์รวม (เช่น 7% โดยน้ำหนัก) หรือค่า CU (Colour Unit) ตามข้อกำหนด (เช่น 49,000-51,000 CU) เพื่อให้ได้สีที่สม่ำเสมอและคงที่
  • มีระดับความเผ็ดร้อนที่ต่ำกว่าแคปซิคัม โอลิโอเรซิน (Capsicum Oleoresin) จึงเหมาะกับการใช้เพื่อให้สีและกลิ่นรสเผ็ดอ่อนๆ โดยไม่เพิ่มความเผ็ดร้อนจนเกินไป

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

สกัดจากผลพริกในกลุ่ม Capsicum annuum L. หรือ Capsicum frutescens โดยใช้กระบวนการสกัดด้วยตัวทำละลาย ภายใต้การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน Food Grade ที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย ความบริสุทธิ์ และความเหมาะสมสำหรับนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมอาหารไทย

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดของเหลว (Liquid/Oil-soluble form) เป็นของเหลวหนืดสีแดงเข้มที่ละลายในน้ำมันได้ดี ทำให้ง่ายต่อการกระจายตัวและผสมเข้ากับส่วนผสมที่เป็นน้ำมันในสายการผลิตอาหาร ช่วยให้สีมีความสม่ำเสมอและไม่จับตัวเป็นก้อน แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารให้สีธรรมชาติ

กลไกการทำงาน: สารแคปแซนทินและแคปซารูบิน ซึ่งเป็นกลุ่มแคโรทีนอยด์ตามธรรมชาติ จะให้เฉดสีแดงส้มที่สดใสและสม่ำเสมอแก่ผลิตภัณฑ์อาหาร ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันน่าดึงดูดใจตามธรรมชาติ และเป็นสีที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีหลักคือให้สีธรรมชาติที่ปลอดภัยและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสีจางหรือสีไม่สม่ำเสมอที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อน แสง หรือปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิตและการเก็บรักษา ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาสีสันของผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำพริกเผา หรือซอสปรุงรสที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงในสภาพภูมิอากาศไทย อย่างไรก็ตาม การสัมผัสแสงแดดโดยตรงหรือการเก็บในที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความคงตัวของสีได้

2.2. สารแต่งกลิ่นรส

กลไกการทำงาน: มีสารประกอบในกลุ่มแคปไซซินอยด์ (capsaicinoids) ในปริมาณที่น้อยกว่าแคปซิคัม โอลิโอเรซิน ให้กลิ่นและรสชาติเผ็ดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของพริกปาปริกา ซึ่งช่วยเสริมมิติของรสชาติโดยไม่ทำให้เผ็ดจัดจ้าน

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีคือช่วยเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติและกลิ่นอายของพริก โดยที่ผู้ผลิตสามารถควบคุมระดับความเผ็ดได้ ทำให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการความเผ็ดร้อนสูงแต่ต้องการกลิ่นรสธรรมชาติของพริกปาปริกาเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะ ข้อจำกัดคือ หากต้องการกลิ่นรสเผ็ดร้อนที่ชัดเจนและเข้มข้น อาจต้องพิจารณาใช้ร่วมกับสารสกัดพริกชนิดอื่น หรือใช้ปาปริกา โอลิโอเรซินเกรดที่ระบุค่าความเผ็ด (Scoville Heat Units, SHU) ที่สูงขึ้น


3. การใช้งาน Paprika Oleoresin ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่
  • ซอสพริกศรีราชา
  • น้ำพริกเผา
  • ซอสมะเขือเทศ
  • แกงสำเร็จรูปชนิดซอง/ถุง (Retort pouch)
  • น้ำพริกตาแดง

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารทะเลแปรรูป

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไส้กรอกอีสาน
  • ลูกชิ้นปลา
  • หมูยอ
  • กุนเชียง
  • แหนม
  • อาหารทะเลแห้งแปรรูป

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยว

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ข้าวเกรียบปรุงรส
  • มันฝรั่งทอดกรอบรสพริก
  • ขนมปังกรอบรสเผ็ด
  • ถั่วทอดปรุงรส

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำมะเขือเทศปรุงรส
  • เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของพริกหรือผักสีแดง

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • แกงส้มสำเร็จรูป
  • ผัดพริกแกงสำเร็จรูป
  • อาหารแช่แข็งประเภทพร้อมอุ่นรับประทาน

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.6. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และของหวานบางชนิด

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ขนมปังรสเผ็ด
  • ชีสบอล

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Paprika Oleoresin ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 160c)

สถานะ อย.: เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร โดยจัดเป็นกลุ่มสีธรรมชาติที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ตามปริมาณที่เหมาะสมและตามหลัก GMP (Good Manufacturing Practice)

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

โรงงานผู้ผลิตและผู้จำหน่ายควรปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบ รวมถึงอาจมี มอก. ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพสารสกัดในอุตสาหกรรมอาหาร

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรจัดเก็บและใช้งานภายใต้สุขลักษณะที่ดี เพื่อป้องกันการปนเปื้อนในสายการผลิต และต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมระหว่างการจัดการ เช่น ถุงมือและแว่นตานิรภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง


5. แหล่งซื้อ Paprika Oleoresin ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade (มาตรฐานสากลและได้รับการรับรองจาก อย. ไทย) มีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากสารปนเปื้อน และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล เช่น ISO, HACCP, GMP และได้รับการรับรอง Halal (ถ้ามี) เหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารโดยตรง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ใช้เป็นสารให้สีและแต่งกลิ่นรสธรรมชาติในผลิตภัณฑ์อาหารไทยหลากหลายประเภท เช่น ซอส, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า ความน่าดึงดูดใจ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาส่วนผสมจากธรรมชาติ

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันแสงแดดโดยตรงและความร้อนสูง ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพของสีและกลิ่นรส ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งอาจทำให้สีซีดจางลงได้ง่ายในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย รวมถึงควรระบุวันหมดอายุและจัดเก็บตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด