โพแทสเซียม เมตาฟอสเฟต (Potassium Metaphosphate) : สารเติมแต่งอาหารสำหรับอุตสาหกรรม

Potassium Meta Phosphate (Potassium Meta Phosphate) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, อาหารแปรรูป, อาหารกระป๋อง

มีสูตรเคมี KPO₃ ทำหน้าที่เป็น สารทำให้คงตัวและอิมัลซิไฟเออร์ (Stabilizer & Emulsifier), สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Texturizer), สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Regulator/Buffer), สารจับอนุมูลโลหะ (Sequestrant) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนมและไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็งและอาหารแปรรูป

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว, ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ แต่ละลายได้ดีในกรดเจือจาง, มีความเสถียรสูงภายใต้สภาวะกระบวนการผลิตอาหารทั่วไป เช่น ความร้อนและการเก็บรักษา

✅ มาตรฐาน N/A (มักจัดอยู่ในกลุ่มสารประกอบฟอสเฟตที่อนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร) ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: potassium-meta-phosphate Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Potassium Meta Phosphate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Potassium Meta Phosphate หรือ Potassium Meta Phosphate โพแทสเซียม เมตาฟอสเฟต เป็นสารประกอบฟอสเฟตเชิงซ้อนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็นสารปรับปรุงคุณภาพอาหาร ช่วยเพิ่มความเสถียรของผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงเนื้อสัมผัสให้เนียนนุ่ม หรือคงรูปตามต้องการ และควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาการแยกชั้นของผลิตภัณฑ์, การเกิดผลึกที่ไม่พึงประสงค์, และการยืดอายุการเก็บรักษาในสภาวะอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย.

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (KPO₃)

Potassium Meta Phosphate มีสูตรเคมีคือ KPO₃ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาว
  • ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ แต่ละลายได้ดีในกรดเจือจาง
  • มีความเสถียรสูงภายใต้สภาวะกระบวนการผลิตอาหารทั่วไป เช่น ความร้อนและการเก็บรักษา
  • ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีหรือกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์อาหาร

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

กระบวนการผลิตโพแทสเซียม เมตาฟอสเฟตสำหรับอุตสาหกรรมอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน Food-Grade โดยมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การสังเคราะห์สารด้วยปฏิกิริยาทางเคมีภายใต้สภาวะที่ควบคุม เพื่อให้ได้สารที่มีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากสิ่งเจือปนที่เป็นอันตราย และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสากลและของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้ผลิตอาหารไทย

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด (Fine Powder) เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดและนิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกระจายตัวและละลายในระบบอาหารได้ดี ทำให้ผสมเข้ากับส่วนประกอบอื่นๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่นและลดขั้นตอนการเตรียมสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและต้องควบคุมเนื้อสัมผัสให้คงที่

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารทำให้คงตัวและอิมัลซิไฟเออร์ (Stabilizer & Emulsifier)

กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่เป็นตัวประสาน ช่วยสร้างและรักษาสภาพอิมัลชันของส่วนประกอบที่เป็นน้ำและน้ำมันในระบบอาหาร ป้องกันการแยกชั้น การตกตะกอน หรือการจับตัวเป็นก้อนของอนุภาคต่างๆ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันและน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก.

ข้อดี/ข้อจำกัด: ลดปัญหาการแยกชั้นของผลิตภัณฑ์นม น้ำสลัด หรือซอสปรุงรสที่มักพบในสภาพอากาศร้อนของไทย ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสสม่ำเสมอและคงที่ตลอดอายุการเก็บรักษา อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปริมาณการใช้ให้เหมาะสม เนื่องจากอาจส่งผลต่อความหนืดหรือเนื้อสัมผัสหากใช้มากเกินไป

2.2. สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Texturizer)

กลไกการทำงาน: ทำปฏิกิริยากับโปรตีนและน้ำในระบบอาหาร ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดความหนืด ความยืดหยุ่น หรือความกรอบที่ต้องการ สามารถยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ในผลิตภัณฑ์แช่แข็ง.

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มจากนมพืช (เช่น นมถั่วเหลือง UHT) มีความข้นหนืดและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มน่ารับประทาน หรือช่วยป้องกันการเกิดเกล็ดน้ำแข็งในไอศกรีมกะทิ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในเนื้อสัตว์แปรรูป และเพิ่มความกรอบในขนมขบเคี้ยว ข้อจำกัดคือการปรับสมดุลกับส่วนประกอบอื่นเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่พึงประสงค์โดยไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์แข็งกระด้าง

2.3. สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Regulator/Buffer)

กลไกการทำงาน: มีคุณสมบัติเป็นบัฟเฟอร์ ช่วยรักษาระดับค่า pH ของผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในช่วงที่ต้องการ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงปัจจัยอื่นๆ เช่น อุณหภูมิ หรือปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษา.

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยควบคุมรสชาติ สี และประสิทธิภาพของสารกันเสียต่างๆ ให้คงที่ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ในสภาวะอากาศร้อนของไทย เช่น น้ำจิ้มไก่ หรือซอสปรุงรสต่างๆ การใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อรสชาติเปรี้ยว-เค็มของผลิตภัณฑ์ได้

2.4. สารจับอนุมูลโลหะ (Sequestrant)

กลไกการทำงาน: มีหน้าที่จับกับไอออนของโลหะหนักที่อาจปนเปื้อนในวัตถุดิบอาหาร เช่น เหล็ก ทองแดง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน การเปลี่ยนสี หรือกลิ่นหืนในผลิตภัณฑ์.

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยป้องกันการเกิดกลิ่นหืนและสีที่ผิดเพี้ยนในผลิตภัณฑ์อาหารที่ไวต่อการเกิดออกซิเดชัน เช่น อาหารทะเลแปรรูป หรือน้ำผลไม้ ช่วยรักษาคุณภาพและความน่ารับประทานของอาหารให้คงทนยิ่งขึ้น ข้อจำกัดคือไม่สามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพที่เกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การปนเปื้อนโลหะหนัก


3. การใช้งาน Potassium Meta Phosphate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมถั่วเหลือง UHT
  • น้ำมะพร้าว UHT
  • น้ำผลไม้และเครื่องดื่มธัญพืช

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่
  • ซอสพริกศรีราชา
  • น้ำสลัด
  • ซอสมะเขือเทศ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากนมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไอศกรีมกะทิ
  • นมข้นหวาน
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม
  • ผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรซ์

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ขนมปังปอนด์
  • ขนมเค้ก
  • โดนัท
  • ขนมปังกรอบ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยว

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ข้าวเกรียบ
  • ขนมอบกรอบ
  • มันฝรั่งทอดกรอบ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.6. อุตสาหกรรม อาหารแช่แข็งและอาหารแปรรูป

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • อาหารทะเลแช่แข็ง (เช่น กุ้งแช่แข็ง)
  • ไส้กรอก
  • นักเก็ตไก่
  • เกี๊ยวซ่าแช่แข็ง

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Potassium Meta Phosphate ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (N/A (มักจัดอยู่ในกลุ่มสารประกอบฟอสเฟตที่อนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร))

สถานะ อย.: เป็นสารควบคุมภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย กำหนดให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารในปริมาณที่เหมาะสมตามชนิดของผลิตภัณฑ์อาหารและข้อกำหนดเฉพาะ โดยผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ผลิตควรจัดซื้อจากผู้จำหน่ายที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลและภายในประเทศ เช่น GMP (Good Manufacturing Practice), HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) และ ISO 22000 เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิตอาหาร

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยของสารเคมี (SDS) อย่างเคร่งครัด ผู้ปฏิบัติงานควรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง และหลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นละอองของสารเคมี การจัดเก็บควรแยกจากสารเคมีอื่นๆ และเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันการปนเปื้อน


5. แหล่งซื้อ Potassium Meta Phosphate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Premium มีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99% ผ่านการทดสอบและรับรองตามมาตรฐาน Food Chemical Codex (FCC) หรือเทียบเท่า, ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น Halal, Kosher, HACCP และ GMP ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ต้องการคุณภาพสูงสุด ความบริสุทธิ์เป็นพิเศษ และความสม่ำเสมอของเนื้อสัมผัส รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษานาน เช่น นมถั่วเหลือง UHT พรีเมียม, ซอสปรุงรสส่งออก, และผลิตภัณฑ์อาหารทารก

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บโพแทสเซียม เมตาฟอสเฟตในภาชนะที่ปิดสนิท มิดชิด ในบริเวณที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน การเสื่อมสภาพ และการปนเปื้อน ควรจัดวางบนพาเลทไม่ให้สัมผัสพื้นโดยตรง และแยกจากสารเคมีอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยในการจัดเก็บในโรงงานผลิตอาหารในประเทศไทยที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น