โพแทสเซียมซอร์เบต (Potassium Sorbate) : สารกันบูดคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

โพแทสเซียม ซอร์เบต (Potassium Sorbate) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, อาหารแปรรูป, อาหารพร้อมทาน

มีสูตรเคมี CH₃CH=CH−CH=CH−CO₂K ทำหน้าที่เป็น สารกันเสีย (Preservative) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, เบเกอรี่และขนมหวาน, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนมและไอศกรีม, อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทาน

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะทางกายภาพเป็นผงผลึกสีขาวหรือเกล็ดเล็กๆ ไม่มีกลิ่น หรือมีกลิ่นอ่อนๆ เฉพาะตัว, มีความสามารถในการละลายน้ำได้ดีเยี่ยม (ประมาณ 58.2% ที่อุณหภูมิ 20 °C) ทำให้ง่ายต่อการนำไปผสมในกระบวนการผลิตอาหารหลากหลายชนิด ทั้งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวและกึ่งเหลว, มีความเสถียรภายใต้สภาวะการเก็บรักษาปกติ ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องมีการจัดเก็บที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพ

✅ มาตรฐาน INS 202 (หรือ E202) ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: potassium-sorbate Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Potassium Sorbate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

โพแทสเซียม ซอร์เบต หรือ Potassium Sorbate โพแทสเซียม ซอร์เบต (Potassium Sorbate) คือเกลือโพแทสเซียมของกรดซอร์บิก ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหารในกลุ่มสารกันเสีย (Preservative) ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์ รา และแบคทีเรียได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีค่า pH เป็นกรดอ่อนถึงกลาง การใช้วัตถุดิบนี้ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารไทยสามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ลดปัญหาการเน่าเสียและการขึ้นรา โดยเฉพาะในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารสู่ผู้บริโภค

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (CH₃CH=CH−CH=CH−CO₂K)

โพแทสเซียม ซอร์เบต มีสูตรเคมีคือ CH₃CH=CH−CH=CH−CO₂K โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะทางกายภาพเป็นผงผลึกสีขาวหรือเกล็ดเล็กๆ ไม่มีกลิ่น หรือมีกลิ่นอ่อนๆ เฉพาะตัว
  • มีความสามารถในการละลายน้ำได้ดีเยี่ยม (ประมาณ 58.2% ที่อุณหภูมิ 20 °C) ทำให้ง่ายต่อการนำไปผสมในกระบวนการผลิตอาหารหลากหลายชนิด ทั้งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวและกึ่งเหลว
  • มีความเสถียรภายใต้สภาวะการเก็บรักษาปกติ ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องมีการจัดเก็บที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพ
  • มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งจุลินทรีย์ในช่วง pH 4.5-6.5 ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารไทยหลายประเภท เช่น ซอสปรุงรส เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

โพแทสเซียม ซอร์เบตในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ผลิตขึ้นจากการสังเคราะห์ทางเคมี โดยเริ่มต้นจากกรดซอร์บิกซึ่งถูกสังเคราะห์ขึ้น และนำมาทำปฏิกิริยากับสารประกอบโพแทสเซียม ผู้ผลิตวัตถุดิบเกรดอาหาร (Food Grade) จะต้องดำเนินการผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) ที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในความบริสุทธิ์สูง ปลอดภัย และปราศจากสิ่งปนเปื้อน เหมาะสมกับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างแท้จริง

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด เป็นรูปแบบที่พบบ่อยและใช้งานได้หลากหลาย ผงละเอียดช่วยให้ละลายน้ำได้รวดเร็วและกระจายตัวในผลิตภัณฑ์ได้ดี เหมาะสำหรับผสมในของเหลวหรือส่วนผสมกึ่งเหลว เช่น เครื่องดื่ม ซอส หรือน้ำสลัด ซึ่งช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลาในการเตรียมส่วนผสม
ชนิดเม็ดเล็ก (Granular) รูปแบบเม็ดเล็กช่วยลดปัญหาการฟุ้งกระจายของผงในระหว่างการจัดการ ทำให้การทำงานในโรงงานสะดวกและลดการสูญเสียวัตถุดิบ เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการการตวงที่แม่นยำ หรือผสมในผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะกึ่งแห้ง เช่น ส่วนผสมเบเกอรี่ หรือใช้ในการเคลือบผิวอาหารบางประเภท

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารกันเสีย (Preservative)

กลไกการทำงาน: โพแทสเซียม ซอร์เบตจะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และกลไกการเมแทบอลิซึมของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะยีสต์และรา ทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตและขยายจำนวนได้ในผลิตภัณฑ์อาหาร ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่เน่าเสียหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเกิดเชื้อราบนผิวขนมปัง หรือการเปรี้ยวของน้ำผลไม้

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีหลักคือช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดโอกาสการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และช่วยให้ผู้ผลิตสามารถกระจายสินค้าไปยังช่องทางต่างๆ ได้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพเสื่อมสภาพเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้งานมีข้อจำกัดด้านช่วง pH ที่เหมาะสม (4.5-6.5) ซึ่งอาจต้องมีการปรับค่า pH ของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม และอาจมีผลต่อรสชาติหรือกลิ่นในบางผลิตภัณฑ์หากใช้ในปริมาณที่สูงเกินไป


3. การใช้งาน Potassium Sorbate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์
  • น้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม
  • นมถั่วเหลือง UHT
  • ชาพร้อมดื่มบรรจุขวด

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม เบเกอรี่และขนมหวาน

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ขนมปังปอนด์
  • เค้ก
  • ขนมปังไส้ต่างๆ
  • ขนมอบที่มียีสต์เป็นส่วนประกอบ
  • ขนมไทยประยุกต์บางชนิด

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่
  • ซอสพริกศรีราชา
  • น้ำจิ้มแจ่ว
  • น้ำสลัด
  • ซอสมะเขือเทศ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากนมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม
  • ไอศกรีมกะทิ
  • ไอศกรีมผลไม้

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมทาน

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไส้กรอกอีสาน (ในส่วนผสมบางชนิดที่ต้องการยืดอายุ)
  • ลูกชิ้นปลา (เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาหลังการผลิต)
  • ผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปประเภทต่างๆ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Potassium Sorbate ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 202 (หรือ E202))

สถานะ อย.: เป็นสารกันเสียที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย โดยมีข้อกำหนดปริมาณสูงสุดในการใช้สำหรับอาหารแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการปฏิบัติตามกฎหมาย

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ผลิตอาหารควรเลือกใช้โพแทสเซียม ซอร์เบตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001 (ระบบบริหารคุณภาพ) และ ISO 22000 (ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร) นอกจากนี้ โรงงานผลิตอาหารควรปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารที่ดี (GMP) และการจัดการสุขลักษณะที่ดี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรจัดเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ป้องกันแสงแดด ความร้อน และความชื้น เนื่องจากโพแทสเซียม ซอร์เบตอาจไวต่อแสงและความร้อนเมื่อสัมผัสโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ในการจัดการในโรงงาน ควรหลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นผง และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม เช่น หน้ากาก ถุงมือ และแว่นตา เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ


5. แหล่งซื้อ Potassium Sorbate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Standard มีความบริสุทธิ์สูงตามข้อกำหนดของ Food Chemical Codex (FCC) หรือมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย ใช้เป็นสารกันเสียในผลิตภัณฑ์อาหารไทยหลากหลายประเภท เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและป้องกันการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
Food Grade – Halal Certified มีความบริสุทธิ์สูงตามมาตรฐาน Food Grade พร้อมได้รับการรับรองฮาลาล ซึ่งหมายความว่ากระบวนการผลิตและวัตถุดิบทั้งหมดเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม ปราศจากส่วนผสมที่ไม่เป็นฮาลาล เหมาะสำหรับผู้ผลิตอาหารไทยที่ต้องการเจาะตลาดมุสลิม หรือผู้ผลิตที่ต้องการวัตถุดิบที่ผ่านการรับรองฮาลาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

เพื่อรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด โพแทสเซียม ซอร์เบตควรจัดเก็บในภาชนะบรรจุเดิมที่ปิดสนิทสนิท เก็บในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และพ้นจากแสงแดดโดยตรงและแหล่งความร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย การป้องกันความชื้นเข้าสู่บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและการเสื่อมสภาพ ควรยกให้สูงจากพื้นและใช้พาเลทรองรับ เพื่อหลีกเลี่ยงความชื้นจากพื้นดิน ซึ่งอาจส่งผลให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ลดลง