Description
1. ทำความรู้จัก Mono and diglycerides of fatty acid คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Mono and diglycerides of fatty acid หรือ Mono and diglycerides of fatty acid โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน (Mono- and Diglycerides of Fatty Acids หรือ E471) เป็นวัตถุเจือปนอาหารประเภทอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) และสารทำให้คงตัว (Stabilizer) ที่พบได้ตามธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีบทบาทสำคัญในการผสานส่วนผสมที่เป็นน้ำและน้ำมันเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการแยกชั้นของผลิตภัณฑ์ เพิ่มความคงตัวของเนื้อสัมผัส และยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย.
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (N/A)
Mono and diglycerides of fatty acid มีสูตรเคมีคือ N/A โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ลักษณะภายนอก: เป็นของแข็งคล้ายขี้ผึ้ง สีขาวถึงเหลืองอ่อน หรือเป็นผง/เม็ดเล็กๆ ไม่มีกลิ่นเฉพาะตัว
- การละลาย: สามารถละลายได้ดีในไขมันและน้ำมัน และสามารถกระจายตัวในน้ำร้อนได้ดี เพื่อสร้างอิมัลชันที่คงตัว
- ความเสถียรต่อความร้อน: มีความเสถียรสูงภายใต้กระบวนการให้ความร้อน เช่น การอบ การทอด หรือการพาสเจอร์ไรซ์ ทำให้เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านความร้อนสูง
- ความคงตัวต่อการเก็บรักษา: มีความคงตัวดีในสภาวะการเก็บรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันความชื้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในสภาพอากาศเขตร้อน
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
โมโนและไดกลีเซอไรด์ถูกผลิตขึ้นจากกระบวนการกลีเซอโรไลซิส (Glycerolysis) ของไขมันและน้ำมันพืชหรือสัตว์ที่รับประทานได้ โดยการทำปฏิกิริยาของกลีเซอรอลกับไตรกลีเซอไรด์ กระบวนการผลิตนี้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐาน Food-Grade สากล เพื่อให้มั่นใจในความบริสุทธิ์และความปลอดภัยสูงสุด เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในสายการผลิตอาหารของประเทศไทย ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงและปลอดภัยตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.).
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผงละเอียด (Fine Powder) | เป็นรูปแบบที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ข้อดีคือผสมกับวัตถุดิบแห้งอื่นๆ ได้ง่าย มีความสม่ำเสมอในการกระจายตัว ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาสินค้าจับตัวเป็นก้อนในสภาพอากาศร้อนชื้น |
| ชนิดเกล็ด/เม็ด (Flakes/Granules) | เป็นรูปแบบที่ใช้งานง่าย สะดวกในการตวงและผสม เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการควบคุมปริมาณที่แม่นยำ ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นผงในโรงงาน และช่วยให้ละลายหรือกระจายตัวได้ดีเมื่อได้รับความร้อน |
| ชนิดเพสต์ (Paste) | เป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องผสมกับส่วนผสมที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลว ช่วยให้กระจายตัวได้ดีและรวดเร็ว ไม่ต้องผ่านกระบวนการละลายก่อน ลดขั้นตอนการผลิตและเหมาะกับการใช้งานในระบบที่มีการปั๊มหรือผสมแบบต่อเนื่อง |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. อิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier)
กลไกการทำงาน: ลดแรงตึงผิวระหว่างส่วนที่เป็นน้ำและน้ำมัน ทำให้ไขมันกระจายตัวในน้ำได้อย่างสม่ำเสมอและคงตัว ป้องกันการแยกชั้น
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์อย่างน้ำสลัด, น้ำจิ้มไก่, นมถั่วเหลือง UHT มีเนื้อสัมผัสเนียนสม่ำเสมอ ไม่แยกชั้นง่าย แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทย ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณภาพสินค้าได้นานขึ้น ข้อจำกัด: ปริมาณการใช้ต้องเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดรสสัมผัสที่ผิดเพี้ยนหรือทำให้ผลิตภัณฑ์ข้นหนืดเกินไป
2.2. สารทำให้คงตัว (Stabilizer)
กลไกการทำงาน: ช่วยคงสภาพโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ ป้องกันการตกตะกอน การรวมตัวของไขมัน หรือการเปลี่ยนแปลงเนื้อสัมผัสที่ไม่พึงประสงค์
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น ขนมปังปอนด์ ช่วยเพิ่มความนุ่ม ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดการคืนตัวของแป้ง ทำให้ขนมปังสดใหม่ได้นานขึ้น ในไอศกรีมกะทิ ช่วยให้เนื้อเนียนละเอียด ป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ ข้อจำกัด: อาจต้องใช้ร่วมกับสารให้ความคงตัวอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในบางระบบอาหารที่ซับซ้อน
2.3. สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming agent)
กลไกการทำงาน: ช่วยลดหรือควบคุมการเกิดฟองในกระบวนการผลิตอาหารที่เป็นของเหลว ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตหรือคุณภาพผลิตภัณฑ์
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ลดปัญหาฟองมากเกินไปในขั้นตอนการเติมบรรจุเครื่องดื่มหรือซอส ลดการสูญเสียผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ข้อจำกัด: ต้องใช้ในปริมาณที่น้อยมากและเหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อคุณสมบัติอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์
2.4. สารเคลือบ (Glazing agent)
กลไกการทำงาน: สร้างชั้นฟิล์มบางๆ บนผิวของผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยคงความสด ลดการสูญเสียน้ำ หรือให้ความเงางาม
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: สำหรับผลไม้สดหรือลูกอม ช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูสดใหม่และน่ารับประทานยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับตลาดผลไม้สดและขนมในประเทศไทย ข้อจำกัด: ความคงทนของฟิล์มเคลือบอาจขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการจัดการผลิตภัณฑ์
3. การใช้งาน Mono and diglycerides of fatty acid ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และแป้ง
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ขนมปังปอนด์
- เค้ก
- โดนัท
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
- เส้นพาสต้าสด
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- นมถั่วเหลือง UHT
- นมข้นหวาน
- ไอศกรีมกะทิ
- ครีมเทียม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำจิ้มไก่
- ซอสพริกศรีราชา
- มายองเนส
- น้ำสลัด
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม อาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก
ตัวอย่างการใช้งาน:
- นมผงดัดแปลงสำหรับทารก
- อาหารเสริมสำหรับเด็กเล็ก
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.5. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยวและลูกอม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ช็อกโกแลต
- คาราเมล
- หมากฝรั่ง
- ขนมเวเฟอร์เคลือบ
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Mono and diglycerides of fatty acid ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 471)
สถานะ อย.: ได้รับการอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย (อย.) ในหลายหมวดอาหาร โดยมีปริมาณการใช้ตามหลัก Good Manufacturing Practice (GMP) หรือตามที่กำหนดในผลิตภัณฑ์เฉพาะ
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้โมโนและไดกลีเซอไรด์จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้องกับประเภทอาหารนั้นๆ รวมถึงมาตรฐานสุขลักษณะการผลิตอาหาร (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ของโรงงาน
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
เป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามข้อกำหนด อย. ควรจัดเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ และจัดการในโรงงานภายใต้สุขลักษณะที่ดี เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) และให้คงคุณภาพสูงสุด
5. แหล่งซื้อ Mono and diglycerides of fatty acid ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – Premium | มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99%+ ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น FSSC 22000, ISO 9001, HACCP และอาจได้รับการรับรอง Halal/Kosher เพื่อรองรับตลาดมุสลิมและยิวในประเทศไทยและภูมิภาค | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ต้องการคุณภาพสูงสุด ความคงตัวที่เหนือกว่า และรสสัมผัสที่เป็นเลิศ เช่น นมถั่วเหลืองพรีเมียม, ไอศกรีมกะทิส่งออก, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับพรีเมียมที่ต้องการยืดอายุการเก็บรักษาและเนื้อสัมผัสที่นุ่มเนียน |
| Food Grade – Standard | มีความบริสุทธิ์ตามมาตรฐาน Food Grade ทั่วไป ผ่านการรับรอง GMP และ HACCP เหมาะสมกับการใช้งานในวงกว้าง | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารไทยทั่วไป เช่น ขนมปัง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ซอสและน้ำจิ้มต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยังคงได้มาตรฐานคุณภาพที่ดี |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและป้องกันแสงแดด ในบริเวณที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เพื่อป้องกันการดูดซับความชื้นซึ่งอาจทำให้จับตัวเป็นก้อนหรือเสื่อมสภาพได้ การจัดการในโรงงานควรใช้อุปกรณ์ที่สะอาดและแห้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับความชื้น และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดีเพื่อรักษาคุณภาพของวัตถุดิบและป้องกันการปนเปื้อน




