แคลเซียมซัลเฟต Calcium Sulfate: สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

Calcium Sulfate (Calcium Sulfate) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, อาหารกระป๋อง, ผลิตภัณฑ์จากพืช, อุตสาหกรรมแป้งและเส้น

มีสูตรเคมี CaSO₄ ทำหน้าที่เป็น สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Firming Agent / Dough Conditioner), สารเสริมแคลเซียม (Calcium Fortificant), สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Regulator), สารอาหารสำหรับยีสต์ (Yeast Nutrient) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนมและผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืช, ขนมขบเคี้ยวและอาหารแปรรูป

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะภายนอก: ผงสีขาวละเอียด, การละลาย: ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ แต่กระจายตัวได้ดีในระบบอาหาร, ความเสถียร: มีความเสถียรสูงต่อความร้อนและ pH ที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการแปรรูปอาหารที่ต้องผ่านกระบวนการความร้อนสูง

✅ มาตรฐาน E516 ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: calcium-sulfate Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Calcium Sulfate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Calcium Sulfate หรือ Calcium Sulfate แคลเซียมซัลเฟต (Calcium Sulfate) เป็นสารประกอบอนินทรีย์ที่สำคัญในฐานะวัตถุเจือปนอาหาร ทำหน้าที่หลากหลาย อาทิ สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Firming Agent) สารเสริมแคลเซียม (Calcium Fortificant) สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Regulator) และสารอาหารสำหรับยีสต์ ช่วยแก้ปัญหาด้านความคงตัวของเนื้อสัมผัส เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างผลิตภัณฑ์ และยืดอายุการเก็บรักษาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (CaSO₄)

Calcium Sulfate มีสูตรเคมีคือ CaSO₄ โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะภายนอก: ผงสีขาวละเอียด
  • การละลาย: ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ แต่กระจายตัวได้ดีในระบบอาหาร
  • ความเสถียร: มีความเสถียรสูงต่อความร้อนและ pH ที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการแปรรูปอาหารที่ต้องผ่านกระบวนการความร้อนสูง
  • การดูดซับความชื้น: มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ปานกลาง ควรเก็บรักษาในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนในสภาพอากาศชื้น

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

ผลิตจากแร่ยิปซัมธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ Food Grade ที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อน เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสากลและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย มั่นใจได้ในความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับผู้ผลิตอาหาร

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด เป็นผงสีขาวละเอียด สะดวกต่อการชั่งตวงและผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ในกระบวนการผลิตอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้กระจายตัวได้ดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด ทั้งในรูปของแห้งและของเหลว คงสภาพได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส (Firming Agent / Dough Conditioner)

กลไกการทำงาน: ไอออนแคลเซียมจะทำปฏิกิริยากับเพคตินในพืช หรือโปรตีนในแป้ง ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างของเซลล์หรือเครือข่ายกลูเตน ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงคงรูปมากขึ้น ลดการแตกหักและเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ช่วยให้แป้งขึ้นฟูมีโครงสร้างที่ดีขึ้น ในเต้าหู้ ช่วยให้เต้าหู้จับตัวเป็นก้อนและแข็งแรงไม่เละง่าย

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยเพิ่มความคงตัวและเนื้อสัมผัสที่ต้องการในผลิตภัณฑ์อาหาร ลดปัญหาเนื้อสัมผัสที่ไม่พึงประสงค์จากการขนส่งหรือเก็บรักษาในสภาพอากาศร้อนของไทย ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรสชาติหรือกลิ่น

2.2. สารเสริมแคลเซียม (Calcium Fortificant)

กลไกการทำงาน: เป็นแหล่งแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ เมื่อเติมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร จะช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้านแคลเซียม ซึ่งจำเป็นต่อกระดูกและฟัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติหรือลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์มากนัก

ข้อดี/ข้อจำกัด: ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ช่วยให้ผู้ผลิตสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มด้านโภชนาการสูง ข้อจำกัดคือการละลายน้ำที่จำกัด อาจต้องใช้เทคนิคการผสมที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบางชนิด

2.3. สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Regulator)

กลไกการทำงาน: มีคุณสมบัติบัฟเฟอร์ ช่วยรักษาค่า pH ของผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งสำคัญต่อการควบคุมกิจกรรมของเอนไซม์ การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และความคงตัวของสีและรสชาติ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและรักษารสชาติของอาหารให้คงที่ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดต่ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียได้ง่ายในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน การใช้ปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดรสชาติแปลกปลอมได้

2.4. สารอาหารสำหรับยีสต์ (Yeast Nutrient)

กลไกการทำงาน: แคลเซียมไอออนเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการทำงานของยีสต์ ทำให้ยีสต์ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทำงานได้ดีขึ้น มีส่วนช่วยในการหมักที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ขนมปังและเบเกอรี่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มฟูและมีปริมาตรที่เหมาะสม ลดปัญหาแป้งไม่ขึ้นฟูในกระบวนการผลิตขนมปังที่ต้องการความสม่ำเสมอ


3. การใช้งาน Calcium Sulfate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมถั่วเหลือง UHT เสริมแคลเซียม
  • น้ำผลไม้พร้อมดื่ม
  • น้ำมะพร้าว UHT

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม เบเกอรี่

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ขนมปังปอนด์
  • ขนมปังแซนด์วิช
  • เค้ก
  • พาย

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่ (เพื่อปรับเนื้อสัมผัสและ pH เล็กน้อย)
  • ซอสพริก
  • น้ำจิ้มแจ่ว (อาจใช้ในปริมาณน้อยเพื่อปรับ pH หรือความคงตัว)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากนมและผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืช

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • เต้าหู้ (ช่วยให้จับตัวเป็นก้อนและเนื้อสัมผัสดีขึ้น)
  • ไอศกรีมกะทิ (ช่วยเพิ่มความคงตัวและลดการเกิดผลึกน้ำแข็ง)
  • นมเสริมแคลเซียม
  • โยเกิร์ต

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยวและอาหารแปรรูป

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ข้าวเกรียบ
  • ผลิตภัณฑ์เส้น (ก๋วยเตี๋ยว, บะหมี่)
  • ลูกชิ้นปลา (เสริมเนื้อสัมผัส)
  • ผักและผลไม้กระป๋อง (เพื่อรักษาความกรอบ)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Calcium Sulfate ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (E516)

สถานะ อย.: ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยต้องเป็นไปตามปริมาณและเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับแต่ละประเภทอาหาร

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุเจือปนอาหารและมาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP), ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP)

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรจัดเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและการเสื่อมสภาพ สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม (เช่น ถุงมือ แว่นตา หน้ากากกันฝุ่น) ขณะใช้งานในโรงงาน เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ


5. แหล่งซื้อ Calcium Sulfate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Premium มีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 98% ขึ้นไป ผ่านการรับรองมาตรฐาน Food Grade สากล เช่น Halal Certified, Kosher, HACCP, GMP และ ISO เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการบริโภค ปราศจากโลหะหนักและสารปนเปื้อน เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทุกประเภทที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงและปราศจากสิ่งปนเปื้อน เช่น นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่พรีเมียม, อาหารเสริมสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อน และอาหารที่ต้องการอายุการเก็บรักษานาน

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บแคลเซียมซัลเฟตในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและป้องกันความชื้นอย่างดีเยี่ยม เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับแสงแดดหรือความร้อนสูง และควรจัดวางบนพาเลทหรือชั้นวางที่ยกสูงจากพื้นดิน เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้น การระบายอากาศที่ดีในพื้นที่จัดเก็บเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการสะสมของความชื้นในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และควรใช้ภายในอายุการเก็บรักษาที่ระบุ