Description
1. ทำความรู้จัก Erythrosine คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Erythrosine หรือ Erythrosine อีรีโทรซีน (Erythrosine) หรือที่รู้จักในชื่อ Red 3 (E127) เป็นสีสังเคราะห์ Food Grade ชนิดหนึ่งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีแดงสดใสถึงสีแดงอมชมพูหรือสีเชอร์รี่ ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างความสม่ำเสมอของสี และแก้ไขปัญหาการซีดจางของสีธรรมชาติ ทำให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมคุณภาพด้านรูปลักษณ์ของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะการผลิตที่หลากหลาย.
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (C20H6I4Na2O5)
Erythrosine มีสูตรเคมีคือ C20H6I4Na2O5 โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ลักษณะภายนอก: ผงละเอียดสีชมพูถึงแดงเข้ม
- การละลาย: ละลายได้ดีในน้ำ ให้สีแดงเข้ม
- ความคงตัวต่อความร้อน: มีความคงตัวพอสมควรภายใต้กระบวนการผลิตอาหารทั่วไป แต่สีอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหากสัมผัสความร้อนสูงเป็นระยะเวลานาน
- ความคงตัวต่อแสง: ควรจัดเก็บในที่มืด เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสีเมื่อสัมผัสกับแสงโดยตรง ซึ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในสภาพอากาศเขตร้อน
- ความคงตัวต่อ pH: ค่อนข้างคงตัวในช่วง pH กว้าง ทำให้เหมาะกับการใช้งานในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายประเภท
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
อีรีโทรซีนเป็นสารสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางเคมี เพื่อให้ได้วัตถุเจือปนอาหารที่มีความบริสุทธิ์สูงและปราศจากสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การผลิตต้องเป็นไปตามมาตรฐาน Food Grade สากลและข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพสูงสุดสำหรับนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารไทย.
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผงละเอียด | เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีชมพูถึงแดงเข้ม ข้อดีคือสามารถชั่งตวงได้แม่นยำ และละลายน้ำได้ดี ทำให้ง่ายต่อการกระจายตัวและผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ในสายการผลิตอาหาร เพื่อให้ได้สีที่สม่ำเสมอทั่วทั้งผลิตภัณฑ์ แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. สารให้สี (Colorant)
กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่ดูดซับและสะท้อนแสงบางช่วงคลื่น ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารมีสีแดงสดใสหรือสีเชอร์รี่ตามที่ต้องการ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการดึงดูดสายตาผู้บริโภค เช่น การเติมสีในน้ำหวาน ขนมหวาน หรือไอศกรีม เพื่อให้สีสันคงที่และน่ารับประทานอยู่เสมอ
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีคือช่วยเพิ่มมูลค่าทางสายตาให้กับผลิตภัณฑ์ แก้ไขปัญหาการสูญเสียสีตามธรรมชาติระหว่างการผลิตหรือเก็บรักษา และสร้างความสม่ำเสมอของแบรนด์ ข้อจำกัดที่สำคัญคือมีการประกาศห้ามใช้ในอาหารและยาในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตไทยที่วางแผนส่งออกควรศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทางอย่างละเอียด
3. การใช้งาน Erythrosine ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำหวานสีแดง
- น้ำอัดลมรสผลไม้แดง (เช่น น้ำแดงแฟนต้า)
- น้ำเชื่อมแต่งกลิ่นผลไม้
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ขนมหวานและลูกอม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ลูกอมรสผลไม้
- เยลลี่และวุ้นสำเร็จรูป
- ขนมหวานไทย (เช่น ขนมชั้น, ลูกชุบ, ขนมกลีบลำดวน)
- น้ำตาลไอซิ่งสีแดง
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ไส้ขนมปังรสสตรอว์เบอร์รี/เชอร์รี่
- เค้กและคุกกี้สีแดง
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี/เชอร์รี่
- นมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสผลไม้แดง
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Erythrosine ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (E127)
สถานะ อย.: อีรีโทรซีน (Erythrosine) จัดเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยมีปริมาณการใช้สูงสุดและประเภทอาหารที่อนุญาตกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตควรตระหนักถึงข้อจำกัดการใช้งานในตลาดส่งออกบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาที่ประกาศห้ามใช้ในอาหารและยาตั้งแต่ปี 2025
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
N/A (การควบคุมหลักอยู่ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหาร)
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
ผู้ประกอบการควรศึกษาและปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะปริมาณการใช้สูงสุดที่อนุญาต หลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นผง หรือการสัมผัสโดยตรงเป็นระยะเวลานาน และควรจัดเก็บในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก พ้นจากแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง เพื่อรักษาคุณภาพของสีและป้องกันการปนเปื้อนในโรงงานผลิตอาหาร
5. แหล่งซื้อ Erythrosine ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – มาตรฐานสากล | มีความบริสุทธิ์สูงตามข้อกำหนดสากลสำหรับวัตถุเจือปนอาหาร ปราศจากสารโลหะหนักหรือสารปนเปื้อนอื่นๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น ISO, HACCP, GMP และอาจรวมถึง Halal/Kosher เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารไทย | ใช้เป็นสารให้สีในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายภายในประเทศไทย เช่น น้ำหวาน ลูกอม ขนมหวาน และไอศกรีม เพื่อสร้างสีแดงที่น่าดึงดูดและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชาวไทย |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บอีรีโทรซีนในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและป้องกันแสง อุณหภูมิการจัดเก็บไม่ควรเกิน 25-30 องศาเซลเซียส และควรหลีกเลี่ยงความชื้นสูง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การจัดเก็บในสภาวะที่เหมาะสมจะช่วยรักษาคุณภาพและอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ ป้องกันการเสื่อมสภาพของสี และลดความเสี่ยงของการจับตัวเป็นก้อน นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลที่ดี (GMP) ในการจัดการและใช้งาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามในสายการผลิต






