Description
1. ทำความรู้จัก Edible Gelatin คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Edible Gelatin หรือ Edible Gelatin เจลาตินบริโภคได้ (Edible Gelatin) คือโปรตีนที่สกัดจากคอลลาเจนในกระดูกและหนังสัตว์ ผ่านกระบวนการควบคุมที่ได้มาตรฐาน Food Grade ทำหน้าที่หลักเป็นสารก่อเจล สารทำให้คงตัว และสารเพิ่มเนื้อสัมผัสในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสที่สม่ำเสมอ ยืดหยุ่น และคงสภาพได้ดีเยี่ยม แม้ในสภาวะการเก็บรักษาที่ท้าทายของประเทศไทย เช่น การคงตัวของโยเกิร์ตในสภาพอากาศร้อน หรือการป้องกันการแยกชั้นของซอส ทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้นและคงคุณภาพได้ดีตลอดห่วงโซ่อุปทาน
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (N/A)
Edible Gelatin มีสูตรเคมีคือ N/A โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ลักษณะเป็นผง/เกล็ด/แผ่น สีขาวนวลถึงเหลืองอ่อน ไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นเฉพาะตัวน้อยมาก
- ละลายได้ดีในน้ำร้อน (ประมาณ 50-60°C) และจะก่อตัวเป็นเจลเมื่ออุณหภูมิลดลง (ต่ำกว่า 35°C)
- มีค่าความหนืดและความแข็งแรงของเจล (Bloom Strength) ที่แตกต่างกันไปตามเกรด ซึ่งสำคัญต่อการควบคุมเนื้อสัมผัสผลิตภัณฑ์
- ทนต่อความร้อนได้จำกัดเมื่ออยู่ในรูปสารละลาย การต้มหรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานานอาจทำให้โครงสร้างเจลอ่อนตัวลง
- คงสภาพได้ดีในสภาวะแห้ง แต่ไวต่อความชื้น ซึ่งอาจทำให้จับตัวเป็นก้อนหรือเสื่อมสภาพ
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
เจลาตินบริโภคได้ผลิตจากการสกัดคอลลาเจนจากกระดูกและหนังสัตว์ (เช่น วัวและหมู) ด้วยกระบวนการควบคุมอุณหภูมิและ pH โดยใช้กรดหรือด่าง เพื่อย่อยสลายโครงสร้างคอลลาเจนให้กลายเป็นเจลาติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่สามารถละลายน้ำได้และก่อเจลได้ เมื่อนำมาใช้ในการผลิตอาหาร กระบวนการผลิตทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานสุขลักษณะที่ดี (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมแหล่งที่มาเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านศาสนาและวัฒนธรรม เช่น Halal หรือ Kosher
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผง (Powder) | เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุดและใช้งานง่าย ผงละเอียดช่วยให้ละลายน้ำได้รวดเร็วและกระจายตัวได้ดีในส่วนผสม เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลาย เช่น การทำเยลลี่ ไอศกรีม หรือมูส ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมปริมาณและการกระจายตัวของเจลาตินได้อย่างแม่นยำในสายการผลิต |
| ชนิดเกล็ด (Granular) | คล้ายกับชนิดผงแต่มีขนาดอนุภาคใหญ่กว่าเล็กน้อย ยังคงมีคุณสมบัติในการละลายและก่อเจลที่ดี เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการการควบคุมการละลายที่ช้าลงเล็กน้อย หรือใช้ในกระบวนการที่ต้องการการผสมที่ละเอียดอ่อน |
| ชนิดแผ่น (Sheet) | มักใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความใสและความบริสุทธิ์สูง เช่น เยลลี่พรีเมียม หรือขนมหวานบางชนิด ผู้ผลิตสามารถคำนวณปริมาณได้แม่นยำและละลายได้รวดเร็วหลังการแช่น้ำ ทำให้ง่ายต่อการใช้งานในครัวหรือโรงงานขนาดเล็ก |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. สารก่อเจลและเพิ่มเนื้อสัมผัส
กลไกการทำงาน: เมื่อเจลาตินละลายในน้ำร้อนและเย็นตัวลง สายโปรตีนของเจลาตินจะจัดเรียงตัวใหม่เป็นโครงสร้างตาข่ายสามมิติที่สามารถดักจับน้ำไว้ภายใน ทำให้เกิดเนื้อสัมผัสแบบเจลที่ยืดหยุ่น เหนียวนุ่ม และคืนตัวได้ดี
ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่น่ารับประทานและคงตัว ไม่แยกชั้น หรือเหลวซึมง่าย เช่น ในไอศกรีมกะทิที่ต้องการความเนียนนุ่ม หรือวุ้นมะพร้าวที่ต้องการความใสและยืดหยุ่น ข้อจำกัดคือผลิตภัณฑ์ที่มีเอนไซม์โปรติเอสหรืออยู่ในสภาวะกรดจัดอาจส่งผลให้ความแข็งแรงของเจลลดลง
2.2. สารทำให้คงตัวและป้องกันการตกผลึก
กลไกการทำงาน: โมเลกุลของเจลาตินจะช่วยสร้างความคงตัวให้กับอิมัลชันและสารแขวนลอย ป้องกันการรวมตัวของอนุภาคไขมัน การตกผลึกของน้ำตาลและน้ำแข็ง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิด
ข้อดี/ข้อจำกัด: ลดปัญหาการเกิดผลึกน้ำแข็งในไอศกรีม ทำให้เนื้อสัมผัสเนียนขึ้น หรือป้องกันการแยกชั้นของผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ตและนมถั่วเหลือง UHT ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและรักษาคุณภาพเนื้อสัมผัสในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ข้อจำกัดคือต้องเลือกค่า Bloom Strength ที่เหมาะสมกับแต่ละผลิตภัณฑ์
2.3. สารเพิ่มคุณสมบัติการอุ้มน้ำ
กลไกการทำงาน: โครงสร้างของเจลาตินมีความสามารถในการดักจับและกักเก็บน้ำได้ดี ช่วยลดการสูญเสียน้ำในระหว่างกระบวนการผลิตและการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์
ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยเพิ่มความฉ่ำและความนุ่มให้กับผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น หรือแฮม ทำให้ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักที่คงที่และลดการหดตัว ข้อดีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตควบคุมต้นทุนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่แข็งหรือเด้งเกินไป
3. การใช้งาน Edible Gelatin ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- โยเกิร์ตพร้อมดื่ม
- โยเกิร์ตถ้วย (ช่วยให้เนื้อเนียน ไม่แยกชั้น)
- ไอศกรีมกะทิ (ป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็ง, เพิ่มความเนียน)
- นมเปรี้ยว
- พุดดิ้งนม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ขนมหวานและเบเกอรี่
ตัวอย่างการใช้งาน:
- เยลลี่ผลไม้
- วุ้นมะพร้าว
- ขนมชั้น (ช่วยให้เนื้อสัมผัสคงตัว)
- มูสเค้ก
- พุดดิ้ง
- มาชเมลโลว์
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำจิ้มไก่ (ปรับความข้น, เพิ่มความเงา)
- น้ำสลัดครีม (ช่วยให้อิมัลชันคงตัว)
- ซอสพริกศรีราชา (เพื่อปรับความข้นและคงตัวป้องกันการแยกชั้น)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ไส้กรอก
- แฮม (เพื่อเพิ่มการจับตัวและลดการสูญเสียน้ำ)
- ลูกชิ้น (ช่วยให้เนื้อสัมผัสเด้งและคงตัว)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.5. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำผลไม้ปั่นพร้อมดื่ม (เพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัส)
- นมถั่วเหลือง UHT (ป้องกันการตกตะกอน)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Edible Gelatin ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 428)
สถานะ อย.: ได้รับการรับรองเป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งควบคุมแหล่งที่มา ปริมาณการใช้ และความปลอดภัย
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
มอก. ที่เกี่ยวข้องกับเจลาตินสำหรับอาหาร (หากมี) และมาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) รวมถึงระบบ HACCP สำหรับโรงงานผู้ผลิต
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
ควรจัดเก็บในที่แห้ง เย็น และปราศจากความชื้นเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนหรือการเสื่อมสภาพของโปรตีน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง และควรปฏิบัติตามสุขลักษณะที่ดี (GMP) ในการจัดการวัตถุดิบในโรงงานผลิตอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในคลังสินค้าของประเทศไทย เพื่อคงคุณภาพสูงสุดและป้องกันการปนเปื้อน
5. แหล่งซื้อ Edible Gelatin ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – Premium | บริสุทธิ์สูง, ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม, ค่า Bloom Strength คงที่และแม่นยำ, ผ่านการรับรอง GMP, HACCP, ISO และอาจมีใบรับรอง Halal หรือ Kosher | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารพรีเมียมที่ต้องการเนื้อสัมผัสละเอียดอ่อนและคงตัวสูง เช่น ไอศกรีมกะทิเกรดพรีเมียม โยเกิร์ตปราศจากน้ำตาล หรือขนมหวานเจลลี่ใส ที่เน้นคุณภาพและภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ |
| Food Grade – Standard | เป็นไปตามมาตรฐาน อย., มีค่า Bloom Strength ที่หลากหลายให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ของการผลิตอาหารทั่วไป | เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไปที่ต้องการการปรับปรุงเนื้อสัมผัสและความคงตัว เช่น เยลลี่ผลไม้ ไอศกรีมทั่วไป พุดดิ้ง หรือใช้ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปที่ต้องการความคุ้มค่าและคุณภาพตามมาตรฐาน |
| Food Grade – Fish Gelatin (Halal Certified) | สกัดจากปลา (มักเป็นปลาหนังแข็ง เช่น หนังปลากะพง ปลานิล), ผ่านการรับรอง Halal อย่างเคร่งครัด, เหมาะสำหรับตลาดมุสลิม, อาจมี Bloom Strength ที่แตกต่างจากเจลาตินจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และอาจมีกลิ่นเฉพาะตัวบ้างเล็กน้อยในบางผลิตภัณฑ์ | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร Halal โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มขนมหวาน ผลิตภัณฑ์นม และอาหารแปรรูป สำหรับผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศไทยและตลาดส่งออกที่ต้องการการรับรอง Halal |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บเจลาตินในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ในบริเวณที่แห้ง เย็น และมีอากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60% เพื่อป้องกันการดูดความชื้นและการจับตัวเป็นก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย หลีกเลี่ยงการจัดเก็บใกล้แหล่งความร้อน แสงแดดโดยตรง หรือสารเคมีที่มีกลิ่นแรง ควรจัดการด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการปนเปื้อน และใช้เครื่องมือที่สะอาดและแห้งในการตักแบ่งและใช้งาน เพื่อรักษาคุณภาพของเจลาตินให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิต






