ผงบุก Konjac Gum: สารเพิ่มความข้นหนืดคุณภาพสูง

Konjac Gum (Konjac Gum) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, อาหารกระป๋อง, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

มีสูตรเคมี N/A ทำหน้าที่เป็น สารเพิ่มความหนืด (Thickener), สารก่อเจล (Gelling Agent), สารให้ความคงตัว (Stabilizer), สารเพิ่มใยอาหาร (Dietary Fiber Enhancer) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป, ขนมขบเคี้ยวและเบเกอรี่, ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะภายนอก: ผงละเอียดสีขาวนวลถึงสีอ่อน อาจมีจุดสีดำเล็กน้อยปะปน ซึ่งเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบจากบุก, ขนาดอนุภาค: เช่น 120 Mesh (ตามที่ระบุใน SERP), ความหนืด: มีความหนืดสูงเมื่อละลายในน้ำ เช่น 6,000 mPa.s. (สำหรับสารละลาย 1% ที่ 25°C)

✅ มาตรฐาน INS 425 ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: konjac-gum-ผงบุก Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Konjac Gum คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Konjac Gum หรือ Konjac Gum คอนยัคกัม หรือผงบุก เป็นเส้นใยอาหารธรรมชาติประเภทละลายน้ำ (soluble dietary fiber) ที่สกัดจากหัวบุก จัดเป็นสารเพิ่มความหนืด สารก่อเจล และสารให้ความคงตัวที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัส ความคงตัว และช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์อาหารให้ยาวนานขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และเป็นทางเลือกที่ดีในการเพิ่มใยอาหารในผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (N/A)

Konjac Gum มีสูตรเคมีคือ N/A โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะภายนอก: ผงละเอียดสีขาวนวลถึงสีอ่อน อาจมีจุดสีดำเล็กน้อยปะปน ซึ่งเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบจากบุก
  • ขนาดอนุภาค: เช่น 120 Mesh (ตามที่ระบุใน SERP)
  • ความหนืด: มีความหนืดสูงเมื่อละลายในน้ำ เช่น 6,000 mPa.s. (สำหรับสารละลาย 1% ที่ 25°C)
  • การละลาย: ละลายได้ดีในน้ำเย็นและน้ำร้อน ก่อให้เกิดสารละลายที่มีความหนืดสูง
  • ความคงตัว: มีความเสถียรต่อค่า pH ที่หลากหลาย และทนทานต่อกระบวนการให้ความร้อนสูง (UHT) ทำให้เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูป
  • คุณสมบัติการก่อเจล: สามารถก่อเจลได้ทั้งด้วยตัวเองและทำงานเสริมฤทธิ์กับสารก่อเจลชนิดอื่นเพื่อสร้างเจลที่แข็งแรงและยืดหยุ่น

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

คอนยัคกัมสกัดมาจากหัวพืชบุก (Konjac plant) ซึ่งเป็นพืชตระกูลมันที่นิยมปลูกในแถบเอเชีย กระบวนการผลิตเริ่มจากการทำความสะอาดหัวบุก หั่นเป็นชิ้น ตากแห้ง และนำมาบดเป็นผง จากนั้นผ่านกระบวนการสกัดและทำให้บริสุทธิ์เพื่อแยกเส้นใยกลูโคแมนแนน (glucomannan) ออกมา ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐาน Food Grade อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้คอนยัคกัมที่มีคุณภาพและความบริสุทธิ์สูง ปลอดภัยสำหรับการบริโภคและตรงตามข้อกำหนดของ อย. ไทย

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด เป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยลักษณะผงละเอียดทำให้ง่ายต่อการผสมให้เข้ากับวัตถุดิบอื่นในกระบวนการผลิตอาหาร ละลายน้ำได้ดี และสามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมส่วนผสมและลดปัญหาการจับตัวเป็นก้อน

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารเพิ่มความหนืด (Thickener)

กลไกการทำงาน: โมเลกุลของกลูโคแมนแนนมีโครงสร้างแบบสายโซ่ยาว สามารถอุ้มน้ำได้ดีและสร้างเครือข่ายที่มีความหนืดสูงในสารละลาย

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่ข้นหนืดน่ารับประทาน ลดการแยกชั้นของของเหลว ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูมีคุณภาพสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับซอส น้ำจิ้ม หรือเครื่องดื่มที่ต้องการความหนืด ข้อจำกัด: หากใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่เหนียวหรือเป็นเมือก

2.2. สารก่อเจล (Gelling Agent)

กลไกการทำงาน: คอนยัคกัมสามารถสร้างเจลที่ยืดหยุ่นและคงตัวได้ทั้งเดี่ยวๆ หรือทำงานร่วมกับไฮโดรคอลลอยด์อื่นๆ เช่น แซนแทนกัม หรือคาราจีแนน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและปรับปรุงคุณสมบัติของเจล

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ช่วยสร้างโครงสร้างเนื้อสัมผัสแบบเจลที่คงตัว ทนต่ออุณหภูมิและความเป็นกรด-ด่าง เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์วุ้น เยลลี่ หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ที่ต้องการการจับตัวเป็นก้อน ข้อจำกัด: การก่อเจลบางชนิดอาจต้องการปัจจัยเสริม เช่น ไอออนของแคลเซียม หรือค่า pH ที่เหมาะสม

2.3. สารให้ความคงตัว (Stabilizer)

กลไกการทำงาน: ช่วยป้องกันการแยกชั้นของส่วนผสม เช่น น้ำกับน้ำมัน ในผลิตภัณฑ์ประเภทอิมัลชัน โดยการเพิ่มความหนืดของเฟสต่อเนื่องและสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ลดปัญหาการแยกชั้นหรือตกตะกอน ช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอตั้งแต่การผลิตจนถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะในเครื่องดื่มหรือซอส ข้อจำกัด: อาจไม่สามารถป้องกันการแยกชั้นได้สมบูรณ์ในทุกระบบหากไม่ใช้ร่วมกับสารให้ความคงตัวชนิดอื่น

2.4. สารเพิ่มใยอาหาร (Dietary Fiber Enhancer)

กลไกการทำงาน: คอนยัคกัมเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่อุดมไปด้วยกลูโคแมนแนน ซึ่งไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับผลิตภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหารสูง สามารถใช้ได้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ ข้อจำกัด: การใช้ในปริมาณที่มากเกินไปในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอาจส่งผลต่อความหนืดที่สูงเกินไปจนผู้บริโภคไม่คุ้นเคย


3. การใช้งาน Konjac Gum ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมถั่วเหลือง UHT
  • เครื่องดื่มธัญพืชพร้อมดื่ม
  • เครื่องดื่มสมุนไพร
  • กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่
  • ซอสพริกศรีราชา
  • น้ำจิ้มสุกี้
  • น้ำสลัด

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ลูกชิ้นปลา/หมู
  • แหนม
  • ไส้กรอก
  • อาหารกระป๋อง

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ขนมขบเคี้ยวและเบเกอรี่

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • วุ้นเส้นสำเร็จรูป (เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น)
  • เยลลี่และขนมหวาน
  • ขนมปัง (เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดอายุ)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไอศกรีมกะทิ
  • ไอศกรีมเชอร์เบท
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม
  • นมเปรี้ยว

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Konjac Gum ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 425)

สถานะ อย.: อนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย โดยมีข้อกำหนดและปริมาณการใช้ตามชนิดของผลิตภัณฑ์อาหารที่ระบุ

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ผลิตควรปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) ของไทย เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์คอนยัคกัมที่นำไปใช้ในอาหาร

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ข้อควรระวังสำหรับการผลิตอาหาร: ควรจัดการผงคอนยัคกัมในสภาพแวดล้อมที่มีการระบายอากาศที่ดีเพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่น ควรจัดเก็บในภาชนะปิดสนิท พ้นจากความชื้นและความร้อนสูงเพื่อรักษาคุณภาพ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปจนส่งผลต่อลักษณะเนื้อสัมผัสที่ผิดปกติ


5. แหล่งซื้อ Konjac Gum ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Premium บริสุทธิ์สูง (มักจะ >90% กลูโคแมนแนน), ผ่านมาตรฐาน อย., HACCP, ISO 22000, และอาจมีใบรับรอง Halal หรือ Kosher สำหรับตลาดเฉพาะ ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการคุณภาพสูง ความคงตัวดีเยี่ยม และไม่มีผลกระทบต่อสี กลิ่นรส เช่น เครื่องดื่มใส ไอศกรีมพรีเมียม อาหารแปรรูปส่งออก

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บคอนยัคกัมในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสื่อมคุณภาพได้ง่ายในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนของประเทศไทย ควรมีการควบคุมสต็อกและใช้ก่อนวันหมดอายุที่ระบุ เพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดของวัตถุดิบ