บริลเลียนต์บลู FCF: สีสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

Brilliant Blue FCF (Brilliant Blue FCF) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรมขนมหวานและลูกอม, อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม, อุตสาหกรรมเบเกอรี่

มีสูตรเคมี N/A ทำหน้าที่เป็น สารแต่งสีอาหาร ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, ขนมหวานและลูกอม, ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะเป็นผงละเอียดสีน้ำเงินเข้ม, ละลายได้ดีในน้ำ ให้สารละลายสีฟ้าสดใส, มีความคงตัวต่อความร้อนในระดับที่เหมาะสมสำหรับการแปรรูปอาหารทั่วไป

✅ มาตรฐาน INS 133 ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: brilliant-blue-fcf Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Brilliant Blue FCF คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Brilliant Blue FCF หรือ Brilliant Blue FCF Brilliant Blue FCF หรือ E133 เป็นสีสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหารไทย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสีฟ้าสดใสสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดใจผู้บริโภค การใช้สีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมคุณภาพสีของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ แก้ปัญหาเรื่องสีจางหรือสีไม่สม่ำเสมอ ซึ่งสำคัญต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และความคาดหวังของผู้บริโภคในตลาดไทย

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (N/A)

Brilliant Blue FCF มีสูตรเคมีคือ N/A โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะเป็นผงละเอียดสีน้ำเงินเข้ม
  • ละลายได้ดีในน้ำ ให้สารละลายสีฟ้าสดใส
  • มีความคงตัวต่อความร้อนในระดับที่เหมาะสมสำหรับการแปรรูปอาหารทั่วไป
  • มีช่วง pH ที่เหมาะสมในการแสดงสีที่คงที่และชัดเจน (โดยทั่วไป pH 3-8) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารไทยหลากหลายประเภท
  • มีความคงตัวต่อแสงในระดับหนึ่ง แต่การสัมผัสแสงโดยตรงเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความเข้มของสีได้

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

Brilliant Blue FCF ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีภายใต้มาตรฐาน Food Grade อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจในความบริสุทธิ์และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการบริโภคในผลิตภัณฑ์อาหาร กระบวนการผลิตมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตามหลัก GMP และ HACCP เพื่อให้ได้สีที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและปราศจากสิ่งปนเปื้อน เหมาะสำหรับโรงงานอาหารไทยที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงที่เชื่อถือได้

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปและสะดวกต่อการใช้งานในโรงงานผลิตอาหารไทย เนื่องจากสามารถชั่งตวงได้ง่าย ผสมเข้ากับส่วนผสมที่เป็นของเหลวหรือผงอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยลดเวลาและขั้นตอนในการเตรียม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมสีอย่างแม่นยำ และยังมีความเสถียรต่อการจัดเก็บในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยหากจัดเก็บอย่างเหมาะสม

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารแต่งสีอาหาร

กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่เพิ่มสีฟ้าที่สดใสและสม่ำเสมอให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเม็ดสีจะกระจายตัวอย่างทั่วถึงในเนื้อผลิตภัณฑ์ ช่วยให้สินค้ามีรูปลักษณ์ที่น่ารับประทานและสร้างการจดจำแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น การแต่งสีฟ้าในขนมหวานหรือเครื่องดื่ม ช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาสีสันแปลกใหม่และกระตุ้นความต้องการซื้อ

ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีคือให้สีฟ้าที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ ช่วยเสริมความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์และสามารถควบคุมโทนสีได้ง่ายในกระบวนการผลิต ข้อจำกัดคือการใช้งานต้องเป็นไปตามปริมาณที่ อย. กำหนด และควรพิจารณาเรื่องความคงตัวของสีเมื่อสัมผัสกับแสงโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้สีจางลงได้


3. การใช้งาน Brilliant Blue FCF ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • เครื่องดื่มชูกำลังสีฟ้า
  • น้ำอัดลมสีฟ้า
  • น้ำหวานเข้มข้นกลิ่นบลูฮาวาย
  • เครื่องดื่มเกลือแร่

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ขนมหวานและลูกอม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ลูกอมสีฟ้า
  • เยลลี่สีฟ้า
  • วุ้นแฟนซีสีฟ้า
  • ขนมชั้นสีฟ้า
  • ขนมกวน
  • ขนมลูกชุบ

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไอศกรีมสีฟ้า
  • นมเปรี้ยวสีฟ้า (สำหรับเด็ก)
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ครีมแต่งหน้าเค้กสีฟ้า
  • มาการองสีฟ้า
  • ขนมปังลายแฟนซี
  • ไส้ขนม

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Brilliant Blue FCF ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 133)

สถานะ อย.: ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหารประเภทสี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 และประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยมีปริมาณการใช้สูงสุดที่กำหนดในผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิด ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

เป็นไปตามมาตรฐานวัตถุเจือปนอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานสากลที่อ้างอิง เพื่อรับรองความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับการบริโภคในประเทศไทย

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรใช้ในปริมาณที่กำหนดตามข้อกำหนดของ อย. เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค หลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นผงโดยตรง และควรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลขณะจัดการ สารนี้อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้ที่แพ้สีสังเคราะห์บางรายได้ และควรแจ้งข้อมูลบนฉลากตามกฎหมาย


5. แหล่งซื้อ Brilliant Blue FCF ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade – Brilliant Blue FCF (E133) บริสุทธิ์สูง ผ่านการทดสอบและรับรองตามมาตรฐาน Food Grade สากล (เช่น FCC, EFSA) และได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้ผลิตอาหารไทยจึงมั่นใจได้ในการนำไปใช้ ใช้เป็นสารแต่งสีอาหารในผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด เช่น เครื่องดื่ม ขนมหวาน ลูกอม ไอศกรีม และเบเกอรี่ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดใจและคุณค่าทางสายตาให้กับสินค้าไทยในตลาด

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

จัดเก็บ Brilliant Blue FCF ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส พ้นจากแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในสภาพอากาศเขตร้อนของประเทศไทยเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสีและจับตัวเป็นก้อน ควรมีการจัดการที่ดีในโรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนข้าม และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงที่ตลอดอายุการเก็บรักษา