โซเดียมแอลจิเนต Sodium Alginate: สารเพิ่มความข้น

Sodium Alginate (Sodium Alginate) – วัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมขบเคี้ยว, อาหารแช่แข็ง, อาหารกระป๋อง, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป

มีสูตรเคมี C₆H₉O₇Na ทำหน้าที่เป็น สารก่อเจล (Gelling Agent), สารเพิ่มความหนืดและสารทำให้คงตัว (Thickener & Stabilizer) ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม, ซอสและเครื่องปรุงรส, ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม, ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และของหวาน, ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป

คุณสมบัติหลัก: ลักษณะเป็นผง/เม็ดสีขาวถึงสีน้ำตาลอ่อน, ละลายได้ดีในน้ำเย็นหรือน้ำร้อน ก่อให้เกิดสารละลายที่มีความหนืด, สามารถสร้างเจลที่ทนทานต่อความร้อน (thermoirreversible gel) เมื่อทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไอออน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในกระบวนการพาสเจอไรซ์หรือสเตอริไลซ์

✅ มาตรฐาน INS 401 ผ่านการรับรอง ✅ ควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

SKU: sodium-alginate Category:

Description

1. ทำความรู้จัก Sodium Alginate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪

Sodium Alginate หรือ Sodium Alginate โซเดียม อัลจิเนต (Sodium Alginate) คือพอลิแซ็กคาไรด์ธรรมชาติที่สกัดได้จากสาหร่ายสีน้ำตาล มีคุณสมบัติโดดเด่นในการสร้างเจลที่ทนทานต่อความร้อน และเป็นสารเพิ่มความหนืดและสารทำให้คงตัวที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารไทยสามารถแก้ปัญหาเนื้อสัมผัสที่ไม่คงที่ การแยกชั้น หรือการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาวะการผลิตและการขนส่งที่ท้าทายในสภาพอากาศร้อนชื้น

1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (C₆H₉O₇Na)

Sodium Alginate มีสูตรเคมีคือ C₆H₉O₇Na โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:

  • ลักษณะเป็นผง/เม็ดสีขาวถึงสีน้ำตาลอ่อน
  • ละลายได้ดีในน้ำเย็นหรือน้ำร้อน ก่อให้เกิดสารละลายที่มีความหนืด
  • สามารถสร้างเจลที่ทนทานต่อความร้อน (thermoirreversible gel) เมื่อทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไอออน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในกระบวนการพาสเจอไรซ์หรือสเตอริไลซ์
  • มีความเสถียรภายใต้ช่วง pH กว้าง แต่ประสิทธิภาพในการเกิดเจลจะดีที่สุดในสภาพเป็นกรดอ่อนถึงกลาง
  • ช่วยเพิ่มความคงตัวและป้องกันการแยกชั้นของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะการเก็บรักษาที่ผันผวน

1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

สกัดจากผนังเซลล์ของสาหร่ายสีน้ำตาลสายพันธุ์ต่างๆ โดยผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และแห้ง เพื่อให้ได้โซเดียม อัลจิเนตเกรดอาหาร (Food Grade) ที่ปราศจากสิ่งเจือปนและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสากลและของประเทศไทย ผู้ผลิตชั้นนำมักนำเข้าจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP และ HACCP เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้บริโภค

1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย

ชนิด คุณสมบัติเด่น
ชนิดผงละเอียด มีคุณสมบัติในการละลายและกระจายตัวได้ดีในน้ำ ทำให้ผสมได้ง่ายและรวดเร็วในกระบวนการผลิต ลดเวลาในการเตรียมส่วนผสม และช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความละเอียดของเนื้อสัมผัส
ชนิดเม็ด/เกรนูล ช่วยลดการฟุ้งกระจายของผงในระหว่างการจัดการและผสม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการควบคุมสุขอนามัยและความปลอดภัยในสายการผลิต ลดปัญหาการติดกันเป็นก้อน และเพิ่มความแม่นยำในการชั่งตวง

2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬

2.1. สารก่อเจล (Gelling Agent)

กลไกการทำงาน: เมื่อโซเดียม อัลจิเนตทำปฏิกิริยากับไอออนของแคลเซียม (เช่น จากนม หรือเติมแคลเซียมคลอไรด์) จะเกิดโครงสร้างเจลที่แข็งแรงและทนทานต่อความร้อนสูง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสคงที่ ไม่คืนตัว และคงรูปได้ดีเยี่ยม แม้ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์หรือสเตอริไลซ์ ซึ่งสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่านความร้อนสูง

ข้อดี/ข้อจำกัด: สร้างเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ มีความยืดหยุ่นสูง และคงรูปได้ดีเยี่ยม ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความคงตัวของเจลภายใต้อุณหภูมิสูง อย่างไรก็ตาม การควบคุมปริมาณแคลเซียมไอออนและค่า pH ในสูตรมีความสำคัญต่อความแข็งแรงและความเร็วในการเกิดเจล

2.2. สารเพิ่มความหนืดและสารทำให้คงตัว (Thickener & Stabilizer)

กลไกการทำงาน: โซเดียม อัลจิเนตจะจับตัวกับน้ำในระบบอาหาร สร้างโครงข่ายที่ช่วยเพิ่มความหนืด ลดการแยกชั้นของน้ำและไขมัน รวมถึงป้องกันการตกตะกอนของอนุภาคต่างๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่สม่ำเสมอ และมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้นภายใต้สภาวะการขนส่งและการเก็บรักษาที่หลากหลาย

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพดีตลอดอายุการเก็บ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการตกตะกอนในเครื่องดื่ม หรือการรักษาเนื้อสัมผัสของซอสในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ช่วยลดการคืนตัวของผลิตภัณฑ์ ข้อจำกัดคืออาจต้องมีการปรับค่า pH หรือส่วนผสมอื่นๆ เพื่อให้ได้ความหนืดและคงตัวที่เหมาะสมที่สุด และหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยากับกรดที่เข้มข้นเกินไป


3. การใช้งาน Sodium Alginate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴

3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • นมถั่วเหลือง UHT (ป้องกันการตกตะกอน, เพิ่มความคงตัว)
  • น้ำผลไม้ (ปรับปรุงเนื้อสัมผัส, ป้องกันการแยกชั้น)
  • นมรสชาติต่างๆ (เพิ่มความคงตัว, ปรับเนื้อสัมผัสให้เนียนขึ้น)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.2. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • น้ำจิ้มไก่ (เพิ่มความข้นหนืด, ป้องกันการแยกชั้น, ให้เนื้อสัมผัสที่ดี)
  • ซอสพริกศรีราชา (คงสภาพความข้นหนืด, ป้องกันการแยกชั้น)
  • น้ำสลัด (เพิ่มความคงตัวของอิมัลชัน, ป้องกันการแยกน้ำมัน)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.3. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • โยเกิร์ต (เพิ่มความคงตัว, ป้องกันการแยกหางนม)
  • ไอศกรีมกะทิ (ป้องกันการเกิดเกล็ดน้ำแข็ง, เพิ่มความเนียนนุ่ม, คงสภาพเนื้อสัมผัส)
  • ไอศกรีมผลไม้ (ปรับปรุงเนื้อสัมผัสให้เข้มข้นขึ้น)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.4. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และของหวาน

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไส้ขนมปัง (สร้างเจล, คงรูป, เพิ่มเนื้อสัมผัส)
  • พุดดิ้ง (สร้างเจล, เพิ่มความอยู่ตัว)
  • วุ้นมะพร้าว (เพิ่มความแข็งแรงของเจล, คงรูปได้ดี)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.

3.5. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • ไส้กรอก (เป็นสารยึดเกาะ, ปรับปรุงเนื้อสัมผัส, ลดการหดตัวหลังปรุง)
  • ลูกชิ้น (เพิ่มความยืดหยุ่น, คงสภาพรูปทรง)
  • แหนม (ช่วยในการเกาะตัวของเนื้อ)

อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.


4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Sodium Alginate ในประเทศไทย ⚖️📜

4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 401)

สถานะ อย.: ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (อย.) โดยต้องปฏิบัติตามปริมาณสูงสุดที่อนุญาตและเงื่อนไขการใช้ที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค

4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

ผู้ผลิตควรดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตวัตถุเจือปนอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อรับรองความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย

4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า

ควรมีการจัดการในสภาพแวดล้อมที่มีการระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังและดวงตา และสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม ควรจัดเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันความชื้น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย


5. แหล่งซื้อ Sodium Alginate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭

5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน

เกรดสินค้า ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน การใช้งานหลัก
Food Grade (เกรดอาหาร) – พรีเมียม (Premium) มีความบริสุทธิ์สูง ปราศจากสิ่งเจือปน โลหะหนัก และจุลินทรีย์ที่ก่อโรค ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO, HACCP, GMP และได้รับการรับรอง Halal (หากมี) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารไทยที่หลากหลายและยกระดับคุณภาพสินค้าให้ทัดเทียมนานาชาติ เหมาะสำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทุกประเภทที่ต้องการความสม่ำเสมอของคุณภาพ เนื้อสัมผัส และความปลอดภัยสูงสุด เช่น ผลิตภัณฑ์นม, เครื่องดื่ม UHT, ซอสปรุงรส, ไอศกรีม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:

  • มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
  • ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
  • มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
  • จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
  • รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า

ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:

📞
โทรศัพท์
02-331-5461

โทรเลย

💬
LINE ID
@sahasith

แอดไลน์

✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨

5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ

ควรจัดเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและป้องกันแสงแดดโดยตรง ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาในสภาพอากาศเขตร้อนของประเทศไทย หลีกเลี่ยงการจัดเก็บใกล้สารเคมีหรือวัตถุไวไฟ และควรปฏิบัติตามแนวทาง GMP ที่เข้มงวดในการจัดการวัตถุดิบเพื่อป้องกันการปนเปื้อน