Description
1. ทำความรู้จัก Acesulfame K คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Acesulfame K หรือ Acesulfame K แอซีซัลเฟม เค (Acesulfame K) หรือที่รู้จักในชื่อแอซีซัลเฟม โพแทสเซียม (Acesulfame Potassium) เป็นสารให้ความหวานสังเคราะห์เข้มข้นสูงที่ไม่ให้พลังงาน (non-nutritive sweetener) ซึ่งตอบโจทย์ผู้ผลิตอาหารไทยในการลดปริมาณน้ำตาลในสูตร ลดต้นทุนวัตถุดิบ ลดแคลอรี่ในผลิตภัณฑ์ และรองรับนโยบายภาษีความหวาน รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติหวานคงที่โดยไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด.
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ (C4H4KNO4S)
Acesulfame K มีสูตรเคมีคือ C4H4KNO4S โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ลักษณะเป็นผงผลึกสีขาว มีกลิ่นจางๆ
- ละลายได้ดีมากในน้ำ ทำให้ง่ายต่อการผสมผสานเข้ากับส่วนผสมในสายการผลิตอาหาร
- มีความเสถียรสูงต่อความร้อนในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่น การพาสเจอร์ไรซ์ การฆ่าเชื้อแบบ UHT หรือการอบ ในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย
- ทนทานต่อช่วงค่า pH ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการผลิตเครื่องดื่มและซอสที่มีความเป็นกรดสูง
- ไม่ถูกเมแทบอไลซ์ในร่างกาย จึงไม่ให้พลังงานและไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
แอซีซัลเฟม เค ถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 1967 โดยนักเคมีชาวเยอรมัน Karl Clauss ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีที่ได้มาตรฐานสากลและมาตรฐาน Food-Grade เพื่อให้มั่นใจในความบริสุทธิ์และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการบริโภคในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัยตามข้อกำหนดสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย.
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผงผลึกละเอียด | เป็นผงผลึกสีขาวละเอียดที่ง่ายต่อการชั่งตวง จัดเก็บ และผสมเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ในสายการผลิตอาหารได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยให้การกระจายตัวของความหวานเป็นไปอย่างทั่วถึงและควบคุมคุณภาพได้ง่าย ลดปัญหาการตกค้างในกระบวนการผลิต แม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (High-intensity sweetener)
กลไกการทำงาน: ทำหน้าที่กระตุ้นตัวรับรสหวานบนลิ้นโดยตรง ให้ความหวานสูงกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 200 เท่า โดยไม่ให้พลังงาน ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในสูตรและควบคุมแคลอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นิยมใช้ร่วมกับสารให้ความหวานชนิดอื่น เช่น แอสปาร์แตมหรือซูคราโลส เพื่อปรับปรุงรสชาติให้ใกล้เคียงน้ำตาลมากที่สุดและลดรสขมติดลิ้นที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อใช้เดี่ยวๆ ในปริมาณสูง เช่น ในเครื่องดื่มชูกำลัง หรือน้ำผลไม้
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดีหลักสำหรับผู้ผลิตคือช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยไม่กระทบต่อรสชาติ ลดแคลอรี่ และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเสถียรสูงต่อความร้อนและค่า pH ซึ่งเหมาะสำหรับกระบวนการผลิตอาหารที่หลากหลายในประเทศไทย ข้อจำกัดคืออาจมีรสขมติดลิ้นเมื่อใช้ในปริมาณสูง จึงนิยมใช้ร่วมกับสารให้ความหวานอื่นๆ เพื่อรสชาติที่สมดุลและเป็นที่ยอมรับในตลาดไทย
3. การใช้งาน Acesulfame K ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำอัดลมสูตรลดน้ำตาล
- น้ำผลไม้ลดน้ำตาล/ไม่เติมน้ำตาล
- เครื่องดื่มชูกำลัง
- นมถั่วเหลือง UHT สูตรน้ำตาลน้อย
- กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- นมเปรี้ยวพร้อมดื่มสูตรน้ำตาลน้อย
- โยเกิร์ตปราศจากน้ำตาล
- ไอศกรีมกะทิหรือผลไม้สูตรลดน้ำตาล
- พุดดิ้งหรือเจลลี่พร้อมดื่ม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำจิ้มไก่ลดน้ำตาล
- ซอสพริกสูตรไม่มีน้ำตาล
- ซอสมะเขือเทศลดน้ำตาล
- น้ำสลัดสูตรไขมันต่ำและลดน้ำตาล
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม เบเกอรี่และขนมหวาน
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ขนมปังโฮลวีทสูตรลดน้ำตาล
- คุกกี้และเค้กสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
- ลูกอมและหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล
- พายหรือทาร์ตไส้ผลไม้สูตรน้ำตาลน้อย
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.5. อุตสาหกรรม อาหารแปรรูปและขนมขบเคี้ยว
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ผลไม้กวนหรือผลไม้แช่อิ่มสูตรลดน้ำตาล
- ธัญพืชอัดแท่งสำหรับสุขภาพ
- เยลลี่และขนมวุ้น
- ข้าวเกรียบหรือสาหร่ายปรุงรส
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Acesulfame K ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 950)
สถานะ อย.: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทย (อย.) จัดเป็นวัตถุเจือปนอาหารประเภทสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้ปริมาณที่กำหนดอย่างเคร่งครัดตามประกาศฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
N/A (ไม่มี มอก. สำหรับวัตถุดิบโดยตรง) การใช้งานต้องเป็นไปตามมาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) ของประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปนั้นๆ
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
ควรปฏิบัติตามปริมาณการใช้สูงสุดที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควรจัดเก็บในที่แห้ง เย็น และพ้นจากแสงแดดและความชื้นเพื่อรักษาคุณภาพ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังและดวงตาขณะปฏิบัติงานในโรงงานผลิต
5. แหล่งซื้อ Acesulfame K ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – Standard | มีความบริสุทธิ์สูง 99% ขึ้นไป ผ่านมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001, FSSC 22000, HACCP และได้รับการรับรองจาก อย. ของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร | ใช้เป็นสารให้ความหวานในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทุกประเภทที่ต้องการลดปริมาณน้ำตาลหรือแคลอรี่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเป้าผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวาน และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บ Acesulfame K ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ณ อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30°C) ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อคุณภาพและอายุการเก็บรักษาในสภาพอากาศเขตร้อนของประเทศไทย ควรมีการระบายอากาศที่ดีในพื้นที่จัดเก็บ และมีการฝึกอบรมพนักงานในการจัดการสารเคมีอาหารอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล (GMP) และมาตรฐานความปลอดภัยในโรงงานผลิตอาหาร






