Description
1. ทำความรู้จัก Tricalcium Citrate คืออะไร? (นิยาม, ที่มา, โครงสร้าง) 🧪
Tricalcium Citrate หรือ Tricalcium Citrate ไตรแคลเซียมซิเตรตเป็นเกลือแคลเซียมอินทรีย์ที่สำคัญยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร มีบทบาทหลักในการเสริมสร้างคุณค่าทางโภชนาการด้วยแคลเซียมที่มีชีวปริมาณออกฤทธิ์สูง ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแก้ปัญหาการขาดสารอาหารในผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเป็นสารปรับปรุงคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความคงตัวและเนื้อสัมผัส ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความคาดหวังด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาการตกตะกอนและยืดอายุการเก็บรักษาในผลิตภัณฑ์ของเหลวได้ดีเยี่ยม
1.1. สูตรเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพ ((C₆H₅O₇)₂Ca₃ · 4H₂O)
Tricalcium Citrate มีสูตรเคมีคือ (C₆H₅O₇)₂Ca₃ · 4H₂O โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- ผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีลักษณะเป็นผลึกหรือผงละเอียด ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการผสมเข้ากับวัตถุดิบอื่นๆ ในสายการผลิตอาหาร
- ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ แต่ละลายได้ดีในกรดไฮโดรคลอริกเจือจาง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญต่อการดูดซึมในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ ทำให้ร่างกายสามารถนำแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
- มีความคงสภาพทางเคมีที่ดีเยี่ยมภายใต้สภาวะการแปรรูปอาหารทั่วไป รวมถึงความเสถียรต่อความร้อนในระดับหนึ่ง และคงคุณภาพได้ดีในระหว่างการเก็บรักษาในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
1.2. แหล่งกำเนิด (ธรรมชาติ) และ กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
ผลิตโดยกระบวนการทำให้เป็นกลางอย่างสมบูรณ์ระหว่างกรดซิตริกเกรดอาหารคุณภาพสูงกับแหล่งแคลเซียมบริสุทธิ์ ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน Food Grade สากล เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความบริสุทธิ์สูงสุดสำหรับการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารของไทย กระบวนการผลิตถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาระดับความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์
1.3. ความแตกต่างของชนิด/ฟอร์มที่จำหน่าย
| ชนิด | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|
| ชนิดผงละเอียด | เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด มีลักษณะเป็นผงสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น ช่วยให้ง่ายต่อการผสมและกระจายตัวในระบบอาหารต่างๆ เช่น เครื่องดื่ม นม หรือซอส ทำให้สามารถควบคุมปริมาณการใช้งานได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาการจับตัวเป็นก้อน และคงความเสถียรได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตและการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ |
2. คุณสมบัติและกลไกการทำงานหลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรม 🔬
2.1. สารเสริมแคลเซียม (Calcium Fortifier)
กลไกการทำงาน: ไตรแคลเซียมซิเตรตมีปริมาณแคลเซียมสูงและมีชีวปริมาณออกฤทธิ์ (bioavailability) ที่ดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเกลือแคลเซียมอนินทรีย์ เมื่อเติมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร แคลเซียมไอออนจะถูกปลดปล่อยออกมาและพร้อมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทันที ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลเซียมที่เป็นปัญหาสุขภาพในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและสร้างจุดขายด้านสุขภาพที่ชัดเจนให้กับผลิตภัณฑ์ ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกและฟันให้แข็งแรง ข้อจำกัด: อาจส่งผลต่อรสสัมผัสเล็กน้อยหากใช้ในปริมาณที่สูงมากในบางผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงรสชาติ
2.2. สารปรับปรุงเนื้อสัมผัสและเพิ่มความคงตัว (Texturizer & Stabilizer)
กลไกการทำงาน: แคลเซียมไอออนจากไตรแคลเซียมซิเตรตสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนและเพคตินในระบบอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์นมหรือน้ำผลไม้ ช่วยสร้างโครงสร้างเจลที่แข็งแรงขึ้น ทำให้เนื้อสัมผัสมีความคงตัว ไม่แยกชั้น และป้องกันการเกิดการตกตะกอน โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง UHT หรือเครื่องดื่มโปรตีนที่มักประสบปัญหาการแยกชั้น
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ลดปัญหาการแยกชั้นของเหลวในเครื่องดื่มหรือซอส ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นจนจบการเก็บรักษา แม้ในสภาพอากาศร้อนของไทยที่เอื้อต่อการเสื่อมสภาพ ข้อจำกัด: การใช้ในปริมาณที่มากเกินไปในผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น เจลลี่ อาจทำให้เนื้อสัมผัสแข็งกระด้างเกินไป หรือทำให้เกิดการตกตะกอนได้หากสูตรไม่เหมาะสม
2.3. สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง (pH Buffer)
กลไกการทำงาน: เนื่องจากเป็นเกลือของกรดซิตริก ไตรแคลเซียมซิเตรตจึงสามารถทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ ช่วยรักษาระดับค่า pH ในผลิตภัณฑ์อาหารให้คงที่ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำผลไม้ หรือน้ำจิ้มไก่ ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย และคงสีสันและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้
ข้อดี/ข้อจำกัด: ข้อดี: ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และช่วยควบคุมรสชาติกับสีของผลิตภัณฑ์ให้คงที่ตลอดอายุการเก็บ ข้อจำกัด: ประสิทธิภาพในการบัฟเฟอร์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของกรดและระบบบัฟเฟอร์อื่นๆ ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ และต้องคำนวณปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อรสชาติหลัก
3. การใช้งาน Tricalcium Citrate ในอุตสาหกรรมหลัก (พร้อมอัตราส่วนที่แนะนำ) 🍔🧴
3.1. อุตสาหกรรม เครื่องดื่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำผลไม้เสริมแคลเซียม
- นมถั่วเหลือง UHT เสริมแคลเซียม
- เครื่องดื่มธัญพืชพร้อมดื่ม
- กาแฟพร้อมดื่ม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.2. อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์ทางเลือกจากพืช
ตัวอย่างการใช้งาน:
- นม UHT เสริมแคลเซียม
- โยเกิร์ต
- ไอศกรีมกะทิ
- นมพืช (เช่น นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต) เสริมแคลเซียม
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.3. อุตสาหกรรม เบเกอรี่และขนมอบ
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ขนมปังเสริมแคลเซียม (เช่น ขนมปังปอนด์)
- คุกกี้
- เค้ก
- บิสกิต
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.4. อุตสาหกรรม ซอสและเครื่องปรุงรส
ตัวอย่างการใช้งาน:
- น้ำจิ้มไก่
- ซอสมะเขือเทศ
- น้ำสลัด
- ซอสพริกศรีราชา
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
3.5. อุตสาหกรรม อาหารเสริมและอาหารเพื่อสุขภาพ
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมรูปแบบต่างๆ
- ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ (เช่น ข้าวเกรียบเสริมแคลเซียม)
อัตราส่วนที่แนะนำ: Q.S. (Quantum Satis) หรือตามความเหมาะสมและข้อกำหนด อย.
4. มาตรฐานและข้อกำหนดกฎหมายสำหรับ Tricalcium Citrate ในประเทศไทย ⚖️📜
4.1. สถานะวัตถุเจือปนอาหาร (อย.) และรหัส INS (INS 333(iii) (Tricalcium Citrate))
สถานะ อย.: ได้รับการรับรองให้เป็นวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารตามประเภทและปริมาณที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ อย. กำหนดอย่างเคร่งครัด
4.2. ข้อกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
N/A (ไม่มีมาตรฐาน มอก. โดยตรงสำหรับวัตถุดิบนี้ แต่ผู้ผลิตอาหารที่ใช้วัตถุดิบนี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP/HACCP ในกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจในสุขลักษณะและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย)
4.3. ข้อควรระวังและคำเตือนบนฉลากสินค้า
ควรจัดเก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อคุณภาพในสภาพอากาศเขตร้อนของไทย ผู้ปฏิบัติงานควรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมขณะจัดการวัตถุดิบ (เช่น หน้ากาก ถุงมือ) เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเป็นผงละเอียด
5. แหล่งซื้อ Tricalcium Citrate ในไทย: การเลือกเกรดที่เหมาะสมและราคา 🛍️🇹🇭
5.1. เปรียบเทียบเกรดสินค้าและการใช้งาน
| เกรดสินค้า | ความบริสุทธิ์และมาตรฐาน | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|
| Food Grade – Premium | มีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99% ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน Food Chemicals Codex (FCC) และข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขไทย (อย.) เพื่อให้มั่นใจว่าปราศจากสารปนเปื้อนและปลอดภัยสำหรับการบริโภค อาจมีใบรับรอง Halal หรือ Kosher ตามความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศไทย | ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่ต้องการการเสริมแคลเซียมหรือปรับปรุงเนื้อสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับเด็ก หรือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ที่ต้องการคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด รวมถึงผลิตภัณฑ์ส่งออกที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล |
5.2. เหตุผลที่ผู้ประกอบการไว้วางใจเลือกซื้อจากเรา (Competitive Advantage) ✨
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบคุณภาพสูง เราพร้อมสนับสนุนการผลิตของคุณด้วยข้อได้เปรียบเหล่านี้:
- มีสินค้าคงคลังสูงพร้อมส่งมอบทันที
- ราคาแข่งขันได้จากการนำเข้าโดยตรง
- มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค
- จัดส่งรวดเร็วทั่วประเทศไทย
- รับประกันคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ติดต่อโดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่ดีที่สุด:
✨ พร้อมบริการให้คำปรึกษาทางเทคนิค | ส่งสินค้าด่วนทั่วประเทศ | รับประกันคุณภาพสินค้า ✨
5.3. คำแนะนำในการจัดเก็บและการจัดการวัตถุดิบ
ควรจัดเก็บไตรแคลเซียมซิเตรตในภาชนะที่ปิดสนิท ณ ที่แห้งและเย็น อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับแสงแดดและความชื้นสูง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่พบได้บ่อยในโรงงานผลิตอาหารในประเทศไทย การป้องกันความชื้นจะช่วยรักษาสภาพผงไม่ให้จับตัวเป็นก้อน รักษาคุณภาพและอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้นานที่สุด ควรจัดเก็บแยกจากสารเคมีที่มีกลิ่นแรงหรือสารที่อาจเกิดปฏิกิริยา และมีการระบายอากาศที่ดีในพื้นที่จัดเก็บ






